ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า | วิธีตั้งกระทู้ใหม่
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/RangerClubThailand/

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - tiresbidonline

หน้า: [1] 2
1

 สวัสดีครับ วันนี้โอกาสดีเลยครับ จอร์จไทร์บิด ขอพาเพื่อนๆรักรถกระบะบรรทุกหนัก นำเสนอยางรถยนต์สายพันธุ์แกร่งระดับมืออาชีพ โดยรีวิวยางยี่ห้อ Michelin รุ่น XCD2 ครับ รุ่นนี้ จอร์จ เห็นว่ารถกระบะบรรทุกนิยมใช้กันมาก ยี่ห้อเดียวที่โครงยางสามารถรับน้ำหนักได้มากกว่ายางยี่ห้ออื่นๆครับ สายใช้งานหนักหายห่วง แต่ช้าก่อน จอร์จ ไม่ได้มารีวิวการบรรทุกน้ำหนักมากน้อยแค่ไหน แต่จะมารีวิวเรื่องสมรรถนะฟิลลิ่งการใช้งานกันครับ เพราะ จอร์จ ไม่มีของบรรทุกจำนวนมากเพื่อใช้ทดสอบนะครับ ต้องขอแจ้งไว้ก่อนแต่อาจมีแนะนำเพิ่มเติมให้ด้วยครับ แต่เพื่อนๆจะได้รับแน่ๆคือความมั่นใจในการใช้งานจริง เราออกเดินทางพร้อมกันเลยนะครับ

            เรื่องการยึดเกาะถนนของ มิชลิน รุ่น XCD2 ครับ จอร์จให้อยู่ที่ 3 ดาวครับ สำหรับยางติดรถกระบะบรรทุกหนัก สำหรับการใช้งานทั่วไปบนพื้นถนนแห้งทางตรงถือว่าใช้ดีครับ ขับแล้วมีความนิ่งไม่มีการส่ายครับ ส่วนทางโค้ง มีการโยนตัวพอสมควรไม่ได้มากถึงกับรู้สึกเอียงไปไหล่ทาง แต่เวลาเข้าโค้งต้องระวังหน่อยครับอาจมีปัดๆบ้างเล็กน้อย ถัดมาถนนเปียกยังโชคดีมีฝนตกลงมาทำให้ได้ทดสอบกัน ทางตรงถือว่าทำได้ดีครับ ซึ่ง จอร์จ ขับอยู่ไม่เกินที่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงครับ ทางโค้งไม่หนึบดั่งใจคิดเท่าที่ควรเพราะมีการโยนตัวพอสมควรครับ แต่พอเข้าใจได้ครับยางเน้นการยึดเกาะและแบกรับน้ำหนักมากกว่ารองรับสไตล์ปอร์ตเหมาะกับการเข้าโค้ง หรือ ใช้ความเร็วสูงนั่นเอง

            เรื่องระยะเบรกของ มิชลิน รุ่น XCD2 จอร์จ ให้อยู่ที่ 4 ดาวเลยครับ ถือว่าทั้งถนนเปียกและแห้งทำงานได้ดีทีเดียวครับ เบรกได้ในระยะที่คิดไว้ครับหนึบได้ใจอยู่ คงเป็นผลมาจากการออกแบบผลิต บอกเลยว่าไม่ผิดหวังครับสำหรับยางยี่ห้อมิชลิน

            เรื่องความนุ่มเงียบ ของ มิชลิน รุ่น XCD2 จอร์จ ให้อยู่ที่ 3 ดาว ครับ เนื่องจากมีเสียงหอนพอสมควรโดยเฉพาะหากขับรถค่อนข้างเร็วครับ ทำให้รู้สึกเสียความมั่นใจขณะขับขี่ไปบ้าง ทั้งเสียงเครื่องดีเซลบวกกับเสียงหอนของยาง ส่วนความนุ่มคงต้องทำใจครับสำหรับยางรุ่นนี่ มีความกระด้างแต่รู้สึกได้ถึงความทนทาน จอร์จ มองว่ายางสำหรับเชิงพาณิชย์ครับ ไม่ได้เน้นการใช้งานส่วนตัวอาจจะต้องใช้เกณฑ์พิจารณาต่างกัน

            ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคายางไซส์ 225/75R15 ของ มิชลิน รุ่น XCD2 จอร์จ ขอเทียบเฉพาะเรื่องสมรรถนะนะครับเพราะหากเทียบการแบกบรรทุกคงให้ที่เต็ม 5 ดาวอยู่แล้ว แต่เรื่องสมรรถนะนั่น จอร์จ ให้อยู่ 3 ดาวครับ ถ้ามองกันด้วยสมรรถนะประมาณนี่น่าจะได้ราคาที่ถูกกว่านี่ครับ แต่ยางเป็นยางยอดนิยมในวงการเชิงพาณิชย์ครับ สายรถกระบะบรรทุกหนัก จอร์จ เห็นหลายท่านไว้วางใจเลือกใช้กันอย่างแพร่หลาย

            ภาพรวม จอร์จ สรุปอยู่ที่ 3 ดาว สำหรับการใช้งานทั่วไปส่วนตัว คงไม่เหมาะครับ สำหรับมิชลิน รุ่น XCD2 แต่หากสำหรับบรรทุกสินค้า จอร์จให้อยู่ที่ 5 ดาวเลยครับ ถือว่าเป็นยางที่เหมาะสมกับการใช้งานอย่างสมบุกสมบัน  ดูแล้วมีความแข็งแรงทนทานกว่ายางทั่วๆไปครับ นึกถึงยางนึถถึงไทร์บิดครับ เรารวมร้านขายยางให้เพื่อนได้ซื้อยางได้สะดวกมากขึ้นครับ

          หากลูกค้าไทร์บิดหายห่วงเลยครับ จอร์จ บริการช่วยเหลือผสานงานกรณีฉุกเฉินได้ตลอดเวลาทำการ หรือ สนใจสอบถามติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

ยางรถยนต์ราคาถูก, ยางราคาถูก, ราคายางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์ราคา, ร้านขายยาง,
ร้านยางรถยนต์, ราคายาง maxxis, ราคายาง dunlop, ราคายางมิชลิน, ราคายางบริดสโตน, ยาง Hankook
ยาง Goodyear, Continental, Firestone, BFGoodrich, ยาง Apollo, Lazada, shopee, เช็คราคายางถูก, ศูนย์รวมร้านขายยาง, ร้านขายยางคนไทย, ยางออนไลน์, Toyota, Honda, Mazda, Mitsubishi, Ford, Nissan, Chevrolet, Hyundai, Isuzu, BMW, Benz, Volvo, Landrover, Audi, Porsche, Volkswagen, โปรโมชั่นยางรถยนต์, เช็คราคายางรถยนต์,
ราคายางล่าสุด, ยางรถยนต์ออนไลน์, ยางถูก

2

 สวัสดีครับ คุณลูกค้าและผู้ติดตามทุกท่าน จอร์จไทร์บิด ผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ ยินดีต้อนรับครับ สำหรับเพื่อนๆเข้ามาใหม่ ขอแนะนำก่อนเลยทางเรามี 2 ช่วงครับ คือ เกร็ดความรู้ยานยนต์ และ รีวิวยางรถยนต์ แบ่งทั้งแบบเดี่ยว และ เปรียบเทียบ รับรองเลยว่าเพื่อจะได้รับข้อมูลอันเป็นประโยชน์หลากหลายและอัพเดทอยู่เสมอครับ วันนี้ จอร์จ ไม่ได้แค่รีวิวยางทั่วไปครับ แต่เป็นยางประเภท 4x4, ยางออฟโรด, ยางกระบะยกสูง เรียกได้ว่า สายสมบุกสมบัน หรือ สายลุย ต้องชื่นชอบแน่ๆครับ คัดสรรมาตั้งแต่ยางระดับกลาง – พรีเมียม โดยผู้ท้าชิงในครั้งนี้ (1) Michelin Cross Terrain ที่สุดของยางสายลุย, (2) Bridgestone Dueler 684 ที่สุดของความนุ่มนวลทุกสภาพถนน และ (3) Dunlop Grandtrek AT3 ที่สุดความอเนกประสงค์ไฮเวย์และทุรกันดาร แค่ได้ยินฉายาแต่ละรุ่นบอกเลยโดดเด่นแบบตัดสินใจกันไม่ถูกเลยทีเดียว วัดกันต่อประสิทธิภาพดีแค่ไหน ไซส์ที่ทดลองในครั้งนี่คือ 265/65R17เริ่มเลย

การยึดเกาะถนน (ถนนแห้ง) เริ่มที่เส้นทางไฮเวย์มุ่งหน้าออกต่างจังหวัดไปยังเส้นทางทดสอบด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Grandtrek AT3 ให้ประสิทธิภาพชัดเจนในเรื่องของความมั่นคงและหนึบแน่นตลอดทางครับ ส่วนทาง Dueler 684 ทดสอบขยับเปลี่ยนเลนซ์ไปมาซ้ายขวากะทันหัน ก็ยังให้การทรงตัวที่ดีบนถนนแห้งเรียบ สุดท้าย Cross Terrain แม้จะใช้ความเร็วสูงยังคงนิ่งค่อนข้างดีๆ เรียกได้ว่าโดยรวมยอดเยี่ยมทั้ง 3 รุ่นเลยครับ

การยึดเกาะถนน (ถนนเปียก) เมื่อเข้าสู่เส้นทางทดสอบถนนเปียก สภาพดินโคลน และ แอ่งน้ำ บอกเลยว่า Cross Terrain มีแรงตะกรุยดินได้ค่อนข้างดีครับ เมื่อเทียบกับ Dueler 684 จะเน้นไปทางยางแนวสปอร์ตทำให้รีดน้ำได้ไม่ดีมากนัก ยังให้การทรงตัวที่ดี ส่วน Grandtrek AT3 บอกเลยอาจจะไม่เหมาะการสมบุกสมบันครับ หากวิ่งผ่านแอ่งน้ำตื้นถือว่าทำได้ดีทั้ง Grandtrek AT3 และ Dueler 684 จุดนี้ครบเครื่องสุดต้องให้ Cross Terrain เลยครับ

ความนุ่มเงียบ เรื่องของเทคโนโลยี Bevel tread blocks design ช่วยลดเสียงไม่ให้ส่งเข้าไปยังห้องโดยสาร รวมไปถึงการออกแบบเฉพาะของมิชลินในการตัดเหลี่ยมมุมเพื่อกระจายความถี่เสียง ยางสูตรพิเศษ Cross Terrain ได้คะแนนนำไปในจุดนุ่มเงียบครับ เมื่อเทียบกับ Dueler 684 และ Grandtrek AT3 คุณภาพดีตามลำดับ ส่วน
 
ความนุ่มนวล ทาง Grandtrek AT3 ได้ให้พัฒนาเทคโนโลยี DRS II ให้เหมาะกับยางออฟโรดมาโดยเฉพาะบอกเลยว่าทำให้ได้คะแนนนำไปในจุดนุ่มนวลเมื่อเทียบกับ Dueler 684 และ Cross Terrain ถือว่าใกล้เคียงกันมากๆ หากเทียบกับยางทั่วไปแล้วละก็ บอกเลยว่าถึงแม้จะเป็นประเภทยาง All Terrain แต่ประสิทธิภาพเหนือกว่าแน่นอนครับ

ความคุ้มค่า หากวัดกันที่ราคาไซส์ 265/65R17 แน่นอนว่าทาง Grandtrek AT3 ราคาย่อมเยาว์มากที่สุด เมื่อเทียบกับยางพรีเมียม Cross Terrain และ Dueler 684 ระหว่างยางพรีเมียมด้วยกันในไซส์นี้ ราคา Michelin ส่วนต่างประมาณ 900 บาท เมื่อเทียบกับ Bridgestone ครับ หากมองเรื่องของเทคโนโลยีให้มาถือว่ามากที่สุดจากทั้ง 3 รุ่น ดังนั้นเพื่อนๆอาจจะมองว่าเป็นทางเลือกคุ้มค่าสำหรับผู้ที่มีเงินสักหน่อยก็ว่าได้ครับ อีก 2 รุ่น ราคาและประสิทธิภาพก็ลดหลั่นกันไปตามลำดับโดยเรียงจาก Cross Terrain > Dueler 684 > Grandtrek AT3 ครับ

สรุปภาพรวม หากเพื่อนๆชอบความครบเครื่องใช้แล้วจบสบายใจ จอร์จ แนะนำ Michelin Cross Terrain เลยครับ หากเพื่อนอยากได้ยางราคาถูกลงมาสักหน่อย แต่ยังจัดอยู่ในระดับพรีเมียม และ เน้นสไตล์ยางสปอร์ต ใช้ความเร็วสูง ใช้งานในเมืองมากกว่าพื้นที่ทุรกันดาร ขอแนะนำ Bridgestone Dueler 684 ครับ หากเปลี่ยน 4 เส้นประหยัดไปได้ถึง เกือบ 4,000 บาท และ สุดท้าย เพื่อนเน้นราคาถูกและดี วิ่งทุรกันดารก็ได้ วิ่งบนไฮเวย์ก็ดี แถม ความอเนกประสงค์ ในยางระดับกลางก็เพียงพอ Dunlop Grandtrek AT3 ทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดครับ

          หากลูกค้าไทร์บิดหายห่วงเลยครับ จอร์จ บริการช่วยเหลือผสานงานกรณีฉุกเฉินได้ตลอดเวลาทำการ หรือ สนใจสอบถามติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

ยางรถยนต์ราคาถูก, ยางราคาถูก, ราคายางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์ราคา, ร้านขายยาง,
ร้านยางรถยนต์, ราคายาง maxxis, ราคายาง dunlop, ราคายางมิชลิน, ราคายางบริดสโตน, ยาง Hankook
ยาง Goodyear, Continental, Firestone, BFGoodrich, ยาง Apollo, Lazada, shopee, เช็คราคายางถูก, ศูนย์รวมร้านขายยาง, ร้านขายยางคนไทย, ยางออนไลน์, Toyota, Honda, Mazda, Mitsubishi, Ford, Nissan, Chevrolet, Hyundai, Isuzu, BMW, Benz, Volvo, Landrover, Audi, Porsche, Volkswagen, โปรโมชั่นยางรถยนต์, เช็คราคายางรถยนต์,
ราคายางล่าสุด, ยางรถยนต์ออนไลน์, ยางถูก

3

สวัสดีครับ คุณผู้อ่านและคุณลูกค้าไทร์บิดทุกท่าน จอร์จไทร์บิด ขอต้อนรับทุกท่านครับ ในวันนี้เราจะมารีวิวยางรถกระบะบรรทุกหนักกัน ขอเอาใจสายเชิงพาณิชย์ หรือ สายปิคอัพอเนกประสงค์กันบ้างนะครับ โดยจอร์จและผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ ได้คัดเลือดคัดสรรยางราคาย่อมเยาแต่คุณภาพคุ้มราคานำมาทดสอบทางเลือกกันถึง 3 รุ่น เริ่มกันที่ Dunlop SP LT37 นิยามว่า “ แข็งแรง ทนทาน สำหรับทั้งรถบ้านและรถบรรทุกสินค้า “ Apollo Altrust LT “ บรรทุกอึด ทนทาน นุ่มนวล สูตรประหยัดน้ำมัน ” และ Maxxis MA579 “ บรรทุกหนัก – หนักมาก ระดับมืออาชีพเลือกใช้ ” ยางไซส์ทดสอบ 205/70R15 บรรทุกหนักราวๆ 1 ตัน เริ่มกันเลยครับ

การยึดเกาะถนน สำหรับถนนแห้งวิ่งขับในเมือง ความมั่นใจและความแข็งแรงการรองรับน้ำหนัก ต้องยกให้ Maxxis MA579 ครับ ด้วยลักษณะดอกยางแบบผสมและโครงสร้างเข็มขัดรัดหน้ายางถึง2ชั้นช่วยเพิ่มความแข็งแรง ซับแรงกระแทกได้ดีบนท้องถนน เทียบกับ Apollo Altrust LT กลับรู้สึกให้ความสบาย การควบคุมหลังพวงมาลัย คล่องตัวมากกว่าครับ ส่วนทาง Dunlop SP LT37 ลายดอกยางแบบระเอียด ความหนึบเกาะถนนทำได้ดีไม่แพ้กัน แต่ด้วยยางไม่ได้ออกแบบเพื่อบรรทุกหนักแต่ไม่เกิดความรู้สึกกังวลแต่อย่างใด ถือว่าโอเครอยู่ครับ

ระยะเบรก ด้วยความเร็วทดสอบ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถนนแห้ง  Dunlop SP LT37 ได้คะแนนนำขึ้นมาในจุดนี้ครับ ด้วยยางออกแบบมาเพื่อเน้นการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันมากกว่า ดังนั้นการเบรกทำได้ดีกว่าพอสมควร ถัดมา Apollo Altrust LT ทำได้ดีกว่าเล็กน้อยเทียบกับ Maxxis MA579 โดยรวมใกล้เคียงกันครับ ส่วนถนนเปียก Maxxis MA579 ความโดดเด่นมากที่สุด ด้วยอาการเหินน้ำขณะวิ่งผ่านทางเปียก ทำให้ชนะไปในจุดนี้ รองลงมาจะเป็น Dunlop SP LT37 ถือว่าไม่มีอาการเหินน้ำให้เห็นเช่นกัน สุดท้าย Apollo Altrust LT มีอาการเหินน้ำเล็กๆครับ หากไม่ได้ใช้ความเร็วสูงมากวิ่งผ่านฉลุยได้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดครับ

ความนุ่มเงียบ เริ่มที่ความนุ่มนวล Dunlop SP LT37 ให้ความนุ่มนวลมากที่สุดครับ เพื่อทดสอบใช้งานจริง รองลงมาจะเป็น Maxxis MA579 ด้วยเส้นลวดรัดขอบยางด้านใน ทำใหนุ่มนวลการขับขี่ และ Apollo Altrust LT จะมีความนุ่มนวลน้อยที่สุดตามลำดับครับ ถัดมาความนุ่มเงียบ ยังคงให้ Dunlop SP LT37 อันดับหนึ่งครับ ส่วน Apollo Altrust LT และ Maxxis MA579 ถือว่าใกล้เคียงกันครับ ยังมีเสียงแทรกเข้ามาในจังหวะเลี้ยวโค้ง หรือ ขึ้นทางด่วนมีอาการแฉลบของยางในระดับนึง แต่เสียงไม่ได้ดังจนน่ากลัวถือว่าเกณฑ์พอรับได้ครับ

ความคุ้มค่า จากยางไซส์ติดรถทดสอบ 205/70R15 หากเทียบกับเกรดของแบรนด์แล้วทาง Dunlop SP LT37 คาดการณ์ว่าจะราคาสูงที่สุด รองลงมา Apollo และ Maxxis ใกล้เคียงกัน ใช่ไหมละครับ แต่บอกเลยว่าผิดถนัด เพราะยางถูกที่สุดกับเป็น Dunlop SP LT37 (1), Maxxis MA579(2) และ Apollo Altrust LT (3) ส่วนต่างแต่ละรุ่นประมาณ 400 – 650 บาท / เส้น (ราคาเฉพาะยางไซส์นี้เท่านั้น อาจมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง)

สรุปภาพรวม หากเพื่อนใช้รถปิคอัพหรือรถกระบะบรรทุก เพื่อการส่วนตัวบ้างและใช้เชิงพาณิชย์ด้วย ถือว่ายาง Dunlop SP LT37 ทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ จากเทคโนโลยีและเมื่อเทียบกับราคาบอกเลยว่า คุ้มค่าสุดๆ หากเพื่อนๆชื่นชอบความพิเศษ Apollo Altrust LT สูตรยางประหยัดน้ำมัน มักจะหาได้ยากในประเภทยางเชิงพาณิชย์บรรทุกหนัก และ เน้นความนุ่มนวล แถมยางเพิ่งออกมาใหม่ล่าสุด ถือว่าตอบโจทย์เลยครับ และ สุดท้าย Maxxis MA579 ที่สุดของยางบรรทุกหนักได้มากกว่าอีก 2 รุ่นที่เทียบกัน เด่นทางบรรทุกหนักมากกว่าจะตอบโจทย์เจ้าของธุรกิจและการใช้งานในการรีวิวครั้งนี้มากที่สุด แต่ไม่เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือส่วนตัวเลย เพราะเทคโนโลยีและการสนับสนุนในการใช้งานชีวิตประจำวันค่อนข้างน้อยครับ หวังจะเป็นประโยชน์นะครับ

          หากลูกค้าไทร์บิดหายห่วงเลยครับ จอร์จ บริการช่วยเหลือผสานงานกรณีฉุกเฉินได้ตลอดเวลาทำการ หรือ สนใจสอบถามติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

ยางรถยนต์ราคาถูก, ยางราคาถูก, ราคายางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์ราคา, ร้านขายยาง,
ร้านยางรถยนต์, ราคายาง maxxis, ราคายาง dunlop, ราคายางมิชลิน, ราคายางบริดสโตน, ยาง Hankook
ยาง Goodyear, Continental, Firestone, BFGoodrich, ยาง Apollo, Lazada, shopee, เช็คราคายางถูก, ศูนย์รวมร้านขายยาง, ร้านขายยางคนไทย, ยางออนไลน์, Toyota, Honda, Mazda, Mitsubishi, Ford, Nissan, Chevrolet, Hyundai, Isuzu, BMW, Benz, Volvo, Landrover, Audi, Porsche, Volkswagen, โปรโมชั่นยางรถยนต์, เช็คราคายางรถยนต์,
ราคายางล่าสุด, ยางรถยนต์ออนไลน์, ยางถูก, ราคายางมิชลิน, ยาง dunlop, ยาง maxxis, ยาง apollo, ยางบริดสโตน

4

สวัสดีครับ คุณผู้อ่านและผู้ติดตามทุกท่าน จอร์จไทร์บิด ผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ ในวันนี้ขอเอาใจสายกระบะบรรทุก หรือ ประเภทปิคอัพอเนกประสงค์ กันสักหน่อยครับ บอกเลยว่าหลายๆรุ่นมักจะเน้นไปที่การบรรทุกหนักมากกว่านุ่มเงียบและใช้งานสบายในชีวิตประจำวันได้ด้วย ยางจะมารีวิวในนี้ตอบโจทย์สุดๆนั่นคือ ยี่ห้อ Dunlop SP LT37 เหมาะสำหรับรถบ้านและรถบรรทุกเชิงพาณิชย์ได้เลยทีเดียว เรามาทดสอบกันครับ

การยึดเกาะถนน ถือว่าเป็นจุดเด่นหลักเลยก็ว่าได้ ลายดอกยางแบบละเอียด เพิ่มประสิทธิภาพจากการทดสอบทั้งบรรทุกหนัก และ ใช้ความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนถนนแห้งยังสัมผัสได้ถึงความทรงตัวและหนึบพื้นถนนใช้ได้ นอกจากนี้โครงสร้างยางชนิดพิเศษ บนเส้นทางสมบุกสมบัน ทางไม่เสมอกันวิ่งฉลุย ส่วนถนนเปียกร่องแบบ Slot บริเวณดอกแบบ Rib ทำให้รีดน้ำได้เร็ว ขณะใช้ความเร็วสูงถือว่าโอเครเลย จอร์จให้ 4 ดาวครับ

ระยะเบรก จากการทดสอบทั้งถนนแห้งและถนนเปียก หากเพื่อนใช้งานในเมืองใช้ความเร็วต่ำเป็นทุนเดิม ถือว่าไม่ดีมากนัก เบรกได้ตรงตามคาดการณ์ไว้หากใช้ความเร็วสูงมากกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การบรรทุกหนักด้วย อาจจะแนะนำให้ลดความเร็วหรือลดน้ำหนักบรรทุกเพื่อจะควบคุมการเบรกให้ดีขึ้น จอร์จให้ 2 ดาวครับ

ความนุ่มเงียบ จากได้ข้อมูลออกแบบยางเพื่อใช้ในรถบ้านหรือส่วนตัวด้วย นอกเหนือจากเชิงพาณิชย์เลยทำให้ความสำคัญกับความนุ่มนวลมากขึ้นเมื่อเทียบกับยางกระบะบรรทุกทั่วไป แต่เรื่องความนุ่มเงียบบอกเลยว่าถือว่าพอรับได้ จากเสียงแทรกเข้ามาเป็นระยะๆแต่ไม่ดังจนถึงกับน่าเกลียด จอร์จ ให้ 3 ดาวครับ

ความคุ้มค่า หากเทียบยางไซส์ 215/70R15 กับยี่ห้อออื่นๆถือว่าราคาค่อนข้างย่อมเยากว่ามากพอสมควรครับ เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพ และ เทคโนโลยีการออกแบบยางพิเศษให้มา จอร์จ ให้ 4 ดาว เลยครับ

สรุปภาพรวม หากเพื่อนใช้รถปิคอัพหรือรถกระบะบรรทุก เพื่อการส่วนตัวบ้างและใช้เชิงพาณิชย์ด้วย ถือว่ายาง Dunlop SP LT37 ทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ จากเทคโนโลยีและเมื่อเทียบกับราคาบอกเลยว่า คุ้มค่าสุดๆ แต่ด้วยการบรรทุกหนักอาจจะไปไม่สุด เพราะนำไปทดแทนกับคุณภาพส่วนอื่น ดังนั้นจอร์จให้ไว้ที่ 3 ดาวครับ

          หากลูกค้าไทร์บิดหายห่วงเลยครับ จอร์จ บริการช่วยเหลือผสานงานกรณีฉุกเฉินได้ตลอดเวลาทำการ หรือ สนใจสอบถามติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

ยางรถยนต์ราคาถูก, ยางราคาถูก, ราคายางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์ราคา, ร้านขายยาง,
ร้านยางรถยนต์, ราคายาง maxxis, ราคายาง dunlop, ราคายางมิชลิน, ราคายางบริดสโตน, ยาง Hankook
ยาง Goodyear, Continental, Firestone, BFGoodrich, ยาง Apollo, Lazada, shopee, เช็คราคายางถูก, ศูนย์รวมร้านขายยาง, ร้านขายยางคนไทย, ยางออนไลน์, Toyota, Honda, Mazda, Mitsubishi, Ford, Nissan, Chevrolet, Hyundai, Isuzu, BMW, Benz, Volvo, Landrover, Audi, Porsche, Volkswagen, โปรโมชั่นยางรถยนต์, เช็คราคายางรถยนต์,
ราคายางล่าสุด, ยางรถยนต์ออนไลน์, ยางถูก, ยางมิชลิน, ยาง dunlop, ยาง maxxis

5

 สวัสดีครับ ชาวไทร์บิดและคุณลูกค้าทุกท่าน พบกับ จอร์จไทร์บิด ผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์กันอีกครั้งครับ ในวันนี้ จอร์จ อยากจะได้เตรียมทดสอบยางบรรทุกหนัก เอาใจสายลุยพันธุ์แกร่งเชิงพาณิชย์กันหน่อยครับ โดยเลือกยางระดับพรีเมียมมาทั้ง 2 รุ่น Michelin Agilis และ Bridgestone Duravis R611 เหมาะกับประเภทรถปิคอัพอเนกประสงค์, รถกระบะ เน้นบรรทุกหนัก 1 – 2 ตัน บอกเลยว่าสบายหายห่วง เริ่มกัเลยดีกว่า

การยึดเกาะถนน Duravis R611 สภาพถนนแห้งถือว่าดีเลยทีเดียว ให้ความแน่นหนึบเหนือกว่า Agilis เล็กน้อยสำหรับยางติดรถกระบะบรรทุกหนักถนนแห้งทางตรงถือว่าใช้ดีทั้งคู่ครับ ด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จังหวะนำสิ่งของไปส่งจำลองในสถานการณ์จริงจังหวะเข้าโค้ง Agilis ถือว่าผ่านมีการโยนตัวเล็กน้อย เทียบกับ Duravis R611 แก้มยางสูงกว่าทำได้ไม่ค่อยดีมากนัก ส่วนถนนเปียกทั้ง 2 ตัวมีความใกล้เคียงกันครับเทียบได้ประมาณ 90% ของพื้นถนนแห้ง หากเทียบการบรรทุกหนักให้ความมั่นคงทาง Agilis ให้ความรู้สึกดีกว่าครับ

ระยะเบรก จากการทดสอบบนถนนแห้งและถนนเปียก ทาง Michelin ให้ระยะเบรกสั้นหนึบดั่งใจมากกว่าครับ บอกเลยมาเหนือความคาดหมาย คงเป็นผลมาจากการผลิตยางสูตรพิเศษทางมิชลิน เมื่อเทียบกับ Bridgestone อาจจะมีส่ายไถลไปไกลสักหน่อย ต้องทำให้เผื่อระยะเบรกไว้มากกว่าที่คิดครับ ยิ่งเพื่อนๆบรรทุกหนักมากเท่าไหร่ ต้องรอบคอบเผื่อระยะมากขึ้นเท่านั้นครับ แต่โดยรวมถือว่าในระดับใช้ได้ดีทั้ง 2 รุ่นครับ

ความนุ่มเงียบ โดยปกติยางบรรทุกหนักมักจะมีข้อด้อยในหัวข้อนี้เป็นส่วนใหญ่ครับ ทาง บริดสโตน ถือว่าทำได้ดีกว่าที่คาดไว้มากเมื่อเทียบกับ มิชลิน เกิดเสียงหอนเมื่อใช้ความเร็วสูงทำให้เสียอาการไปบ้างเล็กน้อยครับ
ในบางจังหวะ ทางบริดสโตน ถือว่าความนุ่มนวลและนุ่มเงียบทำได้ดีกว่า เหมาะกับเพื่อนๆเน้นใช้ทั่วไปมากกว่า แต่หากเพื่อนๆเน้นเชิงพาณิชย์เป็นหลัก จอร์จ มองว่าเกณฑ์นี้อาจจะไม่ใช่ส่วนสำคัญต้องพิจารณามากนัก :emo_113:

ความคุ้มค่า หากเพื่อนเทียบในการแบกบรรทุกหนัก Agilis คงได้คะแนน 5 ดาว ส่วน Duravis R611 ได้ที่ 4 ดาว
เรื่องราคาและคุณภาพทาง Duravis R611 อาจจะเหมาะสมกับคุณภาพมากกว่า แต่หากเพื่อนๆถามถึงยางเป็นยางยอดนิยมในวงการเชิงพาณิชย์ครับ สายรถกระบะบรรทุกหนัก จอร์จ เห็นหลายท่านไว้วางใจเลือกใช้ Agilis
กันอย่างแพร่หลาย ดังนั้นทั้ง 2 รุ่นนี้ใกล้เคียงและโดดเด่นแตกต่างกันให้เลือกตามการใช้งานเพื่อนๆเลยครับ

สรุปภาพรวม หากเพื่อนใช้งานส่วนตัว คงไม่เหมาะกับ Michelin Agilis ครับ แต่หากบรรทุกสินค้าสมบุกสมบัน ใช้เชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่ รับรองเลยว่าไม่มีผิดหวัง เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทานมากกว่ายางทั่วไป ส่วนทาง Bridgestone Duravis R611 เน้นการขับขี่นุ่มสบายเสียงรบกวนน้อย ไม่เน้นบรรทุกหนักมาก ใช้งานส่วนตัวมากกว่า เหมาะสมกับการใช้งานของเพื่อนๆเช่นกัน สุดท้ายยางทั้ง 2 รุ่นนี้ถือเป็นยางคุณภาพสูงในประเภทนี้ ดังนั้นไม่ว่าจะเลือกยี่ห้อใดหมดห่วงเรื่องความอันตรายได้เลยครับ หากยังตัดสินใจไม่ได้ติดต่อ จอร์จ ได้เลย

          หากลูกค้าไทร์บิดหายห่วงเลยครับ จอร์จ บริการช่วยเหลือผสานงานกรณีฉุกเฉินได้ตลอดเวลาทำการ หรือ สนใจสอบถามติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

ยางรถยนต์ราคาถูก, ยางราคาถูก, ราคายางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์ราคา, ร้านขายยาง,
ร้านยางรถยนต์, ราคายาง maxxis, ราคายาง dunlop, ราคายางมิชลิน, ราคายางบริดสโตน, ยาง Hankook
ยาง Goodyear, Continental, Firestone, BFGoodrich, ยาง Apollo, Lazada, shopee, เช็คราคายางถูก, ศูนย์รวมร้านขายยาง, ร้านขายยางคนไทย, ยางออนไลน์, Toyota, Honda, Mazda, Mitsubishi, Ford, Nissan, Chevrolet, Hyundai, Isuzu, BMW, Benz, Volvo, Landrover, Audi, Porsche, Volkswagen, โปรโมชั่นยางรถยนต์, เช็คราคายางรถยนต์,
ราคายางล่าสุด, ยางรถยนต์ออนไลน์, ยางถูก

6

 สวัสดีครับวันนี้ จอร์จ อยากจะมาแนะนำเรื่องยางให้กับหนุ่มๆ สาวๆ ที่ไม่มีความรู้เรื่องยางเลย และกำลังมีแผนจะเปลี่ยนยางใหม่เร็วๆนี้ โดยวิธีเลือกซื้อยางนั้นควรต้องเลือกจากอะไรบ้าง โดยวันนี้ จอร์จ จะมาแนะนำเรื่องที่สำคัญที่สุดของยางกันเลยทีเดียวนั้นคือเรื่องไซส์ยาง ซึ่งจริงๆแล้วยางทุกเส้นมีตัวเลขระบุไว้บริเวณด้านข้างยางหรือเรียกว่าแก้มยาง ซึ่งสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนแต่เพื่อนๆชาว ไทร์บิด ทั้งหลายอาจจะไม่รู้และไม่เข้าใจว่าตัวเลขแต่ละตัวนั้นมีความหมายว่าอย่างไรบ้างเพราะบนแก้มยางมีตัวเลขตัวอักษรเยอะมาก ดังนั้นเพื่อง่ายต่อความเข้าใจ

 ภาพด้านบนเพื่อนๆชาวไทร์บิด จะสามารถสังเกตุเห็นได้จากแก้มยางว่าจะมีตัวเลขเรียงกันแปลกๆอยู่ อย่างในรูป 195/60R15 82S ซึ่งตัวเลขนี้และที่บอกถึงไซส์ยางว่ายางที่ใช้อยู่นั้นเป็นขนาดไหน มีขอบกระทะเท่าไหร่ การรับนำหนักของยาง และ ความเร็วที่ยางรับได้สูงสูด

                เรามาลงรายละเอียดลึกๆกันอีกสักหน่อยดีกว่าครับ เพราะรถเก๋ง รถกระบะ รถอ๊อฟโรด ก็มีลักษณะการเรียงตัวเลข และ มีอักษรบางตัวที่มีความหมายแตกต่างกันอยู่เหมือนกัน

 จอร์จ จะยกตัวอย่างให้เพื่อนๆชาว ไทร์บิด ได้เข้าใจสักหนึ่งตัวอย่างโดยจอร์จเลือกประเภท รถยนต์สี่ที่นั่ง ซึ่งเป็นกลุ่มรถที่มีการใช้งานบนท้องถนนในเมืองเยอะมากที่สุดครับ โดยสมมติว่าที่แก้มยางมีตัวเลขแบบนี่ระบุ คือเลข 195/55R15 88 H TL  โดยความหมายมีตัวเลขแต่ละตัวมีดังนี่ครับ

                195 = หน้ายางกว้าง 195 มิลลิเมตร

                55  = แก้มยาง มีความหนาเป็น 55% ของหน้ายางหรือบางที่จะเรียกเป็นซีรี่ย์ 55

                 R   = ยางเรเดียล (ยางเรเดียลคือยางประเภทหนึ่งที่โครงสร้างทำจากเส้นลวด)

                15  =  ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของกระทะคือ 15 นิ้ว

                88 = อัตราการรับน้ำหนักยางต่อเส้นโดย 88 รับน้ำหนักได้ 560 กิโลกรัม/เส้น (ตัวเลขอื่นๆศึกษาจากตารางด้านล่างได้ครับมีค่อนข้างละเอียดครอบคลุม)

                H = อัตราความเร็วสูงสุด ที่ยางสามารถรับได้ H เท่ากับความเร็วสูงสุดที่ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง (ตัวอักษรอื่นๆดูได้จากตารางด้านล่างครับ)

                TL คือ ประเภทยางที่ไม่ใช้ยางใน ( ซึ่งจริงๆแล้วยางที่ใช้ยางในเป็นยางสมัยก่อนซึ่งเดี่ยวนี้ในรถยนต์นั่ง ไม่มีแล้วเป็นประเภทที่ไม่ใช้ยางในครับ)

จากที่ได้อธิบายไป ชาวไทร์บิด น่าจะเข้าใจในเรื่องตัวเลขที่อยู่บนแก้มยางมากขึ้น เวลาไปเลือกซื้อยาง แต่ละยี่ห้อหรือแต่ละรุ่น ก็น่าจะเลือกยางที่เหมาะกับรถของเราได้ง่ายขึ้นไม่ผิดแปลกไปจากยางเดิมที่ใช้อยู่ กันครับ หวังว่าเพื่อนๆชาว ไทร์บิด จะได้รับความรู้ไม่มากก็น้อยนะครับ แล้ววันหลังผม จอร์จ จะมาแนะนำเรื่องยางเพิ่มเติมให้ลงรายละเอียด อย่างแท้จริงนะครับ ขอบคุณมากๆครับ       

          หากลูกค้าไทร์บิดหายห่วงเลยครับ จอร์จ บริการช่วยเหลือผสานงานกรณีฉุกเฉินได้ตลอดเวลาทำการ หรือ สนใจสอบถามติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

ยางรถยนต์ราคาถูก, ยางราคาถูก, ราคายางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์ราคา, ร้านขายยาง,
ร้านยางรถยนต์, ราคายาง maxxis, ราคายาง dunlop, ราคายางมิชลิน, ราคายางบริดสโตน, ยาง Hankook
ยาง Goodyear, Continental, Firestone, BFGoodrich, ยาง Apollo, Lazada, shopee, เช็คราคายางถูก, ศูนย์รวมร้านขายยาง, ร้านขายยางคนไทย, ยางออนไลน์, Toyota, Honda, Mazda, Mitsubishi, Ford, Nissan, Chevrolet, Hyundai, Isuzu, BMW, Benz, Volvo, Landrover, Audi, Porsche, Volkswagen, โปรโมชั่นยางรถยนต์, เช็คราคายางรถยนต์,
ราคายางล่าสุด, ยางรถยนต์ออนไลน์, ยางถูก

7

อ่านเพิ่มเติม : https://tiresbid.com/blog-detail/2631-%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD-%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C

สวัสดีครับ ผู้อ่านและผู้ติดตามทุกท่าน บทความนี้ จอร์จไทร์บิด ผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ บทความรู้ครั้งนี้จัดทำขึ้นมาฉบับพิเศษ โดยรวบรวมลักษณะคะแนนเพื่อให้ง่ายต่อเพื่อนๆและลูกค้าทุกท่านกำลังตัดสินใจซื้อสินค้า บอกเลยว่าคัดสรรและทดสอบมาเฉพาะรุ่น Top หรือ ยางยอดนิยมเท่านั้น ทาง จอร์จ แบ่งออกมาเป็นทั้งหมด 6 ประเภท ส่วนจะนำยางรุ่นใดมาทดสอบบ้าง มาชมพร้อมกันเลยครับ

สุดท้ายนี้ จอร์จ หวังว่าเพื่อนๆจะได้รับข้อมูลเป็นประโยชน์ช่วยในการเลือกซื้อเปลี่ยนยางใหม่ได้ดียิ่งขึ้นนะครับ หรือ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ ฟรี ! ติดต่อมาหา จอร์จ ได้ตลอด 24 ชม.เลยนะครับ

          หากลูกค้าไทร์บิดหายห่วงเลยครับ จอร์จ บริการช่วยเหลือผสานงานกรณีฉุกเฉินได้ตลอดเวลาทำการ หรือ สนใจสอบถามติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

8

สวัสดีครับเพื่อนๆชาวไทร์บิดจัดกันไปต่อเนื่องเลยครับ จอร์จวันนี่ได้เขียนบทความรถสำหรับสายลุยครับ โดยเฉพาะรถกระบะ และ รถ SUV ที่ต้องการยางเอนกประสงค์วิ่งทั้งบนหลังถนนและนอกถนนครับ ซึ่งยางกลุ่มนี่จะเรียกกันว่ายาง All-terrain หรือจอร์จจะเรียกว่ายางสารพัดประโยชน์ละกันครับ ง่ายๆกันเลยจอร์จมาจัดสัก 5 อันดับก็พอไม่ต้องเยอะมากเอาดีดีไปเลยครับให้เพื่อนๆใช้งานได้เต็มที่

              อันดับ 1 ผมให้เลยครับ ยาง All-terrain ที่ดีที่สุดที่เกิดมาบนโลกนี่ยาง BF Goodrich ครับ รุ่น KO2 แต่รุ่นนี่จะกึ่งไปในทางลุยๆมากกว่าหลังถนนนะครับ แต่ต้องถือว่าเป็นดอก All-terrain ที่ดีที่สุดและแพงที่สุดด้วยละครับหลังถนนอาจจะมีเสียงหอนเยอะหน่อยครับแต่นอกถนนออกตัวดีลุยแบบสะเทือนน้ำสะเทือนบกเลยครับ คุณภาพตามราคาเลยครับอันดับ 1 อยากให้ลองดูสักครั้งแล้วจะติดใจครับ

              อันดับ 2 ต่อเลยครับ ยาง Michelin LTX Force ต้องถือว่าเป็นยางน้องใหม่ของมิชลินก็ว่าได้นะครับแต่ ยี่ห้อ Michelin ไม่เคยผลิตอะไรออกมาแล้วให้เสียชื่อครับ แบบใช้งานแล้วยิ้มเลยครับหลังถนนก็นิ่มสบายไม่ควรที่จะมาเป็นดอก All-terrain ด้วยซ้ำ แต่ถ้านอกถนนก็ดุดันตะกรุยได้ดีจริงๆครับ จัดว่าคุ้มครับ

              อันดับต่อมาอันดับ 3 ผมชั่งใจอยู่สักพักครับ สุดท้ายอันดับ 3 ผมขอเลือกเป็นยาง Bridgestone Dueler697 ครับ ผมว่ารุ่นนี่ดีตรงแนวลุยๆมากกว่าแนวหลังถนนเพราะถ้าเทียบความนุ่มและเสียงที่เงียบนั่นผมว่าแพ้ยาง Michelin LTX Force ครับ แต่ในส่วนใช้งานนอกถนนแบบด้านลุย อันดับ 2 และ 3 นี่ไม่แพ้กันครับผม

              อันดับ 4 ต่อเนื่องกันมาครับ จัดไปครับสำหรับยาง Dunlop AT22 ครับ ถือว่าเป็นยางยอดนิยมราคาเบาสบายกระเป๋าแต่คุณภาพการใช้งานถือว่าสำหรับขาลุยงบน้อยก็ว่าได้ครับ ถามว่าทำไมเลือกมาอยู่อันดับ 4 เพราะเหตุผลที่ว่าการใช้งานโอเครไม่ได้ดีเหมือนอันดับข้างบนแต่ที่ติดในลิส 5 อันดับเพราะความคุ้มค่าเหมาะสมกับราคาครับจอร์จชอบตรงนี่และ
              อันดับสุดท้ายอันดับ 5 จัดไปครับการใช้งานทั่วๆไปครับ หลังถนนก็อาจจะมีเสียงดังบ้าง นอกถนนก็ถือว่าทำงานได้ไม่น่าเกลียดครับ สำหรับยาง MAXXIS AT700 ถือว่าสอบผ่านในการใช้งานและราคาก็ย่อมเยาว์ด้วย ใน 5 อันดับถึงแม่ว่า MAXXIS AT700 จะอยู่อันดับที่ 5 แต่จอร์จขอบอกว่าที่เลือกมา 5 อันดับใช้งานได้ดีหมดครับ

              ก็ครบทั้ง 5 อันดับสำหรับขาลุยแล้วนะครับ ก็ถือว่า 5 อันดับนี่ใช้งานได้ไม่ผิดหวังแน่ๆครับ จอร์จ ยืนยันคอนเฟริม์ครับ หากเพื่อนๆต้องการคำปรึกษาเรื่องยาง หรือต้องการหายาง หาร้านเปลี่ยนสอบถามจอร์จได้ผ่านทาง Line@ : @tiresbid หรือ โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

ยางรถยนต์ราคาถูก, ยางราคาถูก, ราคายางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์ราคา, ร้านขายยาง,
ร้านยางรถยนต์, ราคายาง maxxis, ราคายาง dunlop, ราคายางมิชลิน, ราคายางบริดสโตน, ยาง Hankook
ยาง Goodyear, Continental, Firestone, BFGoodrich, ยาง Apollo, Lazada, shopee, เช็คราคายางถูก, ศูนย์รวมร้านขายยาง, ร้านขายยางคนไทย, ยางออนไลน์, Toyota, Honda, Mazda, Mitsubishi, Ford, Nissan, Chevrolet, Hyundai, Isuzu, BMW, Benz, Volvo, Landrover, Audi, Porsche, Volkswagen, โปรโมชั่นยางรถยนต์, เช็คราคายางรถยนต์,
ราคายางล่าสุด, ยางรถยนต์ออนไลน์, ยางถูก

9

สวัสดีครับเพื่อนๆชาวไทร์บิดทุกท่าน วันนี่ จอร์จ มาแนะนำกันต่อเนื่องครับสำหรับยางรถกระบะทั่วๆไปที่ไม่ใช่กลุ่มยกสูงนะครับ รถกระบะก็จะมีการใช้งาน 3 ประเภท นะครับคือไม่บรรทุกเลย บรรทุกตามมาตรฐาน(1-2 ตัน) และ บรรทุกเกินมาตรฐาน(มากกว่า 2 ตัน) ซึ่งกลุ่มรถที่บรรทุกของควรจะสังเกตุและเลือกยางจาก 2 สิ่งคือ หนึ่งตัวอักษรตัว “C” หลัง ตัวเลขไซส์ยางครับ ซึ่ง “C” นี่หมายถึง commercial ครับ คือใช้ทางธุรกิจหรือบรรทุกสินค้าตามมาตรฐาน กับอีกสิ่งที่เราต้องดูคือ Load index ครับ ว่ายางรับน้ำหนักได้เท่าไหร่และเหมาะสมกับการใช้งานของเพื่อนๆหรือเปล่า โดยจอร์จจะมาแนะนำแต่ละประเภทการใช้งานให้ครับ ว่าควรใช้ยางรุ่นไหนดี

          สำหรับกลุ่มแรก พี่ๆ เพื่อนๆ ที่จอร์จเป็นห่วงมากที่สุดคือ พี่ๆที่บรรทุกขนผักผลไม้ ที่ทำรถเสริมแหนบ เสริมคานมาเพื่อการบรรทุกน้ำหนักที่เรียกว่าสุดแสนอันตรายบาดใจ จอร์จ แนะนำให้ใช้ยางแค่รุ่นเดียวที่มีปัญหาน้อยที่สุดครับ จะเป็นยาง มิชลิน XCD2 ซึ่งรุ่นนี่เท่าที่สัมผัสมาจะอยู่ยงคงกระพัน มากที่สุดครับส่วนยี่ห้ออื่นอาจจะดีก็ได้นะครับแต่จอร์จไม่ขอแนะนำสำหรับกลุ่มนี่เพราะความเสี่ยงสูงที่สุดครับ

          รองลงมาสำหรับ รถที่บรรทุกมาตรฐาน จอร์จมีตัวเลือกให้เพื่อน แค่ไม่กี่ตัวครับ ก็คือ ยางมิชลิน XCD2 ครับรุ่นสุดถึกครับ น้ำหนัก 2 ตันนี่รับสบายๆไม่มีปัญหาแน่นอนครับ รองลงมาจะเป็น ยางมิชลิน Agilis รุ่นนี่ถือว่ายังใช้งานในระดับนี่ได้ครับยังไม่มีปัญหา ต่อมาจะเป็นยางของ Bridgestone ครับ จะเป็นรุ่น Duravis ทั้งตัว R611 R624 และ R669 ครับทั้งสามรุ่นนี่ว่าใช้งานระดับนี่ไม่มีปัญหาแน่นอนครับ จะมีตัวเลือกแค่นี่นะครับที่จอร์จค่อนข้างมั่นใจว่าใช้แล้วไม่มีปัญหา

          สุดท้ายสำหรับ รถไม่บรรทุก จอร์จเชื่อว่าเพื่อนๆต้องการยางที่เน้นความนุ่มเงียบครับ จอร์จ ขอแนะนำโดยถ้าเป็นจอร์จ จอร์จ จะเลือกใช้ครับ อันดับแรกก็คือ ยางมิชลิน Agilis ตัวนี่เด่นจริงๆครับเรื่องนุ่มเงียบ อันดับต่อมาเป็นของ Bridgestone R611 ครับ ใช้งานได้อเนกประสงค์ครับบรรทุกย่อมๆก็ได้ถือว่าดีทีเดียวครับ ตัวที่สามเป็นน้องของ ยี่ห้อมิชลินครับ คือ ยี่ห้อBF Goodrich รุ่น Advantage SUV อันดับสี่ ผมให้ ยี่ห้อ Firestone รุ่น Destination LE-02 ครับ อันดับที่ห้าผมให้เป็น จะเป็น ยี่ห้อ MAXXIS รุ่น MA-579 ครับใช้งานทั่วไปไม่บรรทุกอะไรครับ ยี่ห้อ Apollo รุ่น Altrust ,ยี่ห้อ Dunlop รุ่น SPLT37 ก็ถือว่าผ่านทั้งหมดครับ

              ก็แยกกลุ่มชัดเจนนะครับสำหรับบทความนี่ อยากให้พี่ๆ เพื่อนๆชาวไทร์บิดทุกท่านใช้ยางที่ได้สมรรถนะที่ดีที่สุด และ ปลอดภัยที่สุดครับ ขับขี่รถกระบะจะได้ปลอดภัยทุกท่านครับ รักและเป็นห่วงเสมอครับ จากจอร์จ ไทร์บิด หากเพื่อนๆต้องการสอบถามหรือต้องการคำแนะนำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้งาน ราคา ร้านที่จะเปลี่ยน สอบถาม จอร์จทาง Line@ : @tiresbid หรือ โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

ยางรถยนต์ราคาถูก, ยางราคาถูก, ราคายางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์ราคา, ร้านขายยาง,
ร้านยางรถยนต์, ราคายาง maxxis, ราคายาง dunlop, ราคายางมิชลิน, ราคายางบริดสโตน, ยาง Hankook
ยาง Goodyear, Continental, Firestone, BFGoodrich, ยาง Apollo, Lazada, shopee, เช็คราคายางถูก, ศูนย์รวมร้านขายยาง, ร้านขายยางคนไทย, ยางออนไลน์, Toyota, Honda, Mazda, Mitsubishi, Ford, Nissan, Chevrolet, Hyundai, Isuzu, BMW, Benz, Volvo, Landrover, Audi, Porsche, Volkswagen, โปรโมชั่นยางรถยนต์, เช็คราคายางรถยนต์,
ราคายางล่าสุด, ยางรถยนต์ออนไลน์, ยางถูก

10

สวัสดีครับ เพื่อนๆทุกท่าน วันนี้ จอร์จ ขอเอาใจสายลุยไม่คุยให้เสียเวลา แนวออฟโรด หรือ แนวแอดเวนเจอร์กันหน่อย ทั้ง 2 รุ่นนี้ บอกเลยว่ายางระดับกลางถึงบน เกรดพรีเมียมน่าสนใจสุดๆ ทั้งเรื่องของเทคโนโลยี และ ความหนึบไม่เป็นสองรองใครเอาละครับ เราไปพบกันเลยระหว่าง Michelin LTX Force Vs Yokohama Geolandar AT G015 สำหรับรถโฟวิล หรือ รถกระบะยกสูง เมื่อได้ทดสอบติดตั้งเข้ารวมกันแล้วจะ ยอดเยี่ยมกันสักแค่ไหน ในครั้งนี้ จอร์จ ทดสอบภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน และ หัวข้อการทดสอบเดียวกันอีกเช่นเคยครับ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

           การยึดเกาะถนน จอร์จ ให้ LTX Force เบียดชนะไปก่อนครับ สำหรับการยึดเกาะถนนแบบแห้ง รองรับในการตะกรุยดินโคลนได้ค่อนข้างดี เกาะถนนได้มั่นคงมากกว่า สไตล์ยางดูดุดันแต่เรียบหรู แตกต่างจากกับทาง Geolandar AT G015 ดุดันแบบดิบโหด เน้นแก้มยางและดอกยางเหมาะกับการตะกรุยเน้นความแข็งแรงมากกว่า หากวัดกันจริงๆแถบไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าเลยครับ ส่วนในถนนเปียกชื้น จอร์จขอยกให้ Geolandar AT G015 ครับ เพราะร่องระบายน้ำขนาดใหญ่ถึง 3 ร่อง และการออกแบบพิเศษมาจากโรงงานเน้นดอกยาง ทำให้การยึดเกาะบนถนนเปียกทำได้ดีกว่า ส่วนของทางมิชลินจะเน้นไปในทางยึดเกาะถนนดินหรือพื้นที่หลุมบ่อ แบบแห้งซะมากกว่าพื้นที่แอ่งน้ำ ดังนั้น จอร์จ เลยต้องยกให้ทาง โยโก ครับในส่วนนี้

           ระยะการเบรก คงหนีไม่พ้นในเรื่องของการซับแรงกระแทกนั่นเอง แตกต่างจากหลังถนนสำหรับรถทั่วไปนะครับ เวลาต้องออกลุยในสภาพถนนไม่ดีนัก จอร์จ ของยกให้ทาง LTX Force ครับ ด้วยเทคโนโลยี CushionGuard Technology ทำให้ดูดซับแรงการสั่นสะเทือนได้ดีกว่า Geolandar AT G015 ดังนั้นเลยต้องยกให้ทาง มิชลิน ครับในจุดนี้ ทาง โยโก ไม่ด้อยจนห่างชั้นนะครับ เพราะด้วยโครสร้างยางแข็งแรง จอร์จ ไม่พบอาการฟรีทิ้ง หรือ อาการรถสั่นเอียง ในทางถุรกันดานแต่อย่างใด ดังนั้นหากจะบอกว่า สูสีกันมากๆ คงจะไม่แปลกเลยครับ เพียงแค่ โยโก ขาดแค่เทคโนโลยีสนับสนุนยางเท่านั้นครับ

            ความนุ่มเงียบ ส่วนนี้ จอร์จ ต้องยกให้มิชลินจริงๆครับ ยางมิชลินออกมาในปี 2017 นี้เองครับ แต่ทางโยโกผลิตยางออกมาในปี 2016 ห่างแค่ 1 ปี แต่มิชลินซุ่มผลิตเทคโนโลยีใหม่ ถือเป็นจุดขายสำคัญ โดยเลือกใช้เทคโนโลยี Bevel tread blocks design ช่วยลดเสียงไม่ให้ส่งเข้าไปยังห้องโดยสาร รวมไปถึงการออกแบบเฉพาะของมิชลินในการตัดเหลี่ยมมุมเพื่อกระจายความถี่เสียง ในทางกลับกันทาง Geolandar AT G015 เคลมว่าเงียบขึ้นจากรุ่นเดิมถึง 22 % เลยนะครับ ส่วนนี้เพื่อนๆต้องตัดสินใจกันดูครับ แต่จากประสบการณ์ของ จอร์จ เรื่องความนุ่มเงียบ ทางมิชลินเขาค่อนข้างเชี่ยวชาญเลยทีเดียว

           ความคุ้มค่า หาเทียบยางไซส์ 265/65R17 ทาง LTX Force มีราคาค่อนข้างสูงครับ เมื่อเทียบ Geolandar AT G015 แต่มิชลินรองรับขนาดไซส์ยางได้มากกว่านะครับ เริ่มตั้งแต่ 15 – 18 นิ้ว เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีจัดให้มาค่อนข้างคุ้มค่าเลยทีเดียว สำหรับการลงทุนในระยะยาวกับยางพรีเมียมแบบนี้ ส่วนทาง Geolandar AT G015 ราคาย่อมเยากว่าเกรดยางพรีเมียมเหมือนกัน ใกล้เคียงกันมาก แต่ทางเลือกอาจจะน้อยกว่าเพราะว่าผลิตออกมารองรับ ขนาด 16 – 17 นิ้ว ครับ ดังนั้น จอร์จ ขอฝากไว้ให้ตัดสินใจกันดูครับ

           สรุป จอร์จ แล้วยางระดับพรีเมียมทั้งคู่ ตัดสินใจค่อนข้างยากครับ เพราะว่าค่อนข้างสูสีกัน มิชลิน เด่นบางจุด แต่ โยโก ก็มีส่วนอื่นมาทดแทนเช่นกัน จอร์จ ให้เพื่อนๆตัดสินใจกันตามความถูกใจดีกว่าครับ  และ สุดท้ายนี้ก่อนจะจบกันไป จอร์จ ได้เจาะลึกข้อมูลการผลิตมาแบ่งปันกันอีกสักเล็กน้อยครับ เผื่อเป็นข้อมูลช่วยในการตัดสินใจเพิ่มขึ้นกับเพื่อนๆทุกคน ประเด็นน่าสนใจ จอร์จ อยากแนะนำ คือ ด้วยความยางประเภทนี้โครงสร้างการผลิตแข็งแรง และเน้นความทนทานมาเป็นพิเศษ ดังนั้นจุดสังเกตสำคัญคงจะเป็นเทคโนโลยีการผลิตมากกว่า ซึ่งทางมิชลินปรับสูตรเทคโนโลยีพิเศษรองรับจากแข่งขัน เวิลด์แรลลี่ระดับโลก (ผลิตตัวเลขสีดำ) ส่วนทาง Geolandar AT G015 พัฒนามาจากสนามแข่งประเภททางฝุ่น ดังนั้นเลือกใช้ตัวเลขยางสีขาวแทน

           หากเพื่อนๆยังตัดสินใจไม่ถูกอยากปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ติดต่อมาได้เลย Line@ : @tiresbid จอร์จและทีมงานพร้อมให้คำแนะนำครับ เปลี่ยนยางถึงบ้าน หรือ สะดวกเปลี่ยนเองร้านยางใกล้บ้าน และอยากจะไปเปลี่ยนเอง จัดส่งยางออนไลน์ ก็มีพร้อมให้บริการทุกรูปแบบครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า หรือ โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

ยางรถยนต์ราคาถูก, ยางราคาถูก, ราคายางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์ราคา, ร้านขายยาง,
ร้านยางรถยนต์, ราคายาง maxxis, ราคายาง dunlop, ราคายางมิชลิน, ราคายางบริดสโตน, ยาง Hankook
ยาง Goodyear, Continental, Firestone, BFGoodrich, ยาง Apollo, Lazada, shopee, เช็คราคายางถูก, ศูนย์รวมร้านขายยาง, ร้านขายยางคนไทย, ยางออนไลน์, Toyota, Honda, Mazda, Mitsubishi, Ford, Nissan, Chevrolet, Hyundai, Isuzu, BMW, Benz, Volvo, Landrover, Audi, Porsche, Volkswagen, โปรโมชั่นยางรถยนต์, เช็คราคายางรถยนต์,
ราคายางล่าสุด, ยางรถยนต์ออนไลน์, ยางถูก

11

สวัสดีครับเพื่อนๆวันนี่กลับมาเอาใจชาวรถกระบะกันอย่าง ต่อเนื่องครับรีวิวยี่ห้อ Bridgestone รุ่น Duravis R611 ครับ ต้องขอบอกเลยครับ จอร์จ ว่ารุ่นนี่ก็เป็นยางยอดนิยมกันมากในท้องถนนครับ เหมาะสำหรับรถกระบะใช้งานทั่วๆไปครับเรามาเริ่มรีวิวดีกว่าครับว่าที่ จอร์จ ลองใช้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง

              เรื่องการยึดเกาะถนน ยางBridgestone รุ่น Duravis R611 จอร์จให้อยู่ที่ 4 ดาวครับจากที่ จอร์จ ได้ทดลองขับมานั่น สภาพถนนแห้งถือว่าดีเลยทีเดียวครับมีความแน่นยึดติดเกาะถนนแม้กระทั่งขับรถด้วยความเร็วอยู่ที่ 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยทางโค้งถือว่าผ่านอยู่ครับแต่ทำได้ไม่ค่อยดีมากเพราะด้วยแก้มยางที่ค่อนข้างสูงทำให้มีการโยนตัวอยู่แต่วงเลี้ยวนั่นสามารถทำได้ดั่งใจคิดอยู่ครับ ส่วนบนถนนเปียกทางตรงถือว่ายังทำได้ไม่เต็ม 100% ครับอยู่ที่ประมาณ 90% ของพื้นถนนแห้งครับ แต่ถ้าขับช้าลงสักนิดก็ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวครับ

              เรื่องระยะเบรค ของยางBridgestone รุ่น Duravis R611 จอร์จให้อยู่ที่ 3 ดาวครับ ถือว่าทำได้ดีทีเดียวเลยครับทั้งพื้นถนนแห้งและเปียก แต่ระยะทางในการเบรคนั่นอาจจะมีหลุดจากที่คิดไปอีกสักหน่อยครับ ทำให้ต้องเผื่อระยะไว้ด้วยครับโดยเฉพาะรถกระบะที่บรรทุกของอาจจะต้องเผื่อเพิ่มมากขึ้นด้วยน้ำหนักที่มากกว่าปกติครับ แต่ก็ถือว่าทำได้ดีไม่น่าเกลียดครับ

              ต่อมาความนุ่มเงียบ ของยางBridgestone รุ่น Duravis R611 จอร์จให้อยู่ที่ 3 ดาวครับ ปกติยางสำหรับรถกระบะในส่วนความนุ่มเงียบจะด้อยแต่รุ่น Duravis R611 ถือว่าทำได้ดีครับ มีความนุ่มขณะขับขี่ และ เสียงหอนที่น้อยครับเกือบๆเทียบเท่ากับยางสำหรับรถยนต์นั่ง 4 ที่นั่งเลยทีเดียวครับ ถือว่าเป็นส่วนที่ประทับใจของยางรุ่นนี่อีกอย่างหนึ่งเลยครับ

              ความคุ้มค่า ของยางBridgestone รุ่น Duravis R611 ยางไซส์ 215/65R16 สำหรับรถกระบะขับทั่วไป จอร์จ ให้อยู่ที่ 4 ดาวเลยละครับ ถือว่าเป็นยางรถกระบะที่ราคาและคุณภาพโดยรวมถือว่าเหมาะสมกันครับ คุณภาพก็ดี ราคาก็ถือว่าไม่แรงมาก

              สรุปภาพรวม จอร์จ ขอให้ยางBridgestone รุ่น Duravis R611 อยู่ที่ 4 ดาว ครับ เหมาะสำหรับรถกระบะที่ใช้งานทั่วไปไม่ได้บรรทุกหนัก เน้นการใช้งานขับนุ่มสบายเสียงรบกวนน้อยครับ คุณภาพดีขนาดนี่ก็อยากให้เพื่อนๆลองใช้กันดูนะครับว่าจะดีขนาดไหนสามารถดูข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่าน เว็บไซต์ของไทร์บิดออนไลน์ คิดถึงยางคิดถึงไทร์บิด ศูนย์รวมร้านยางในกรุงเทพและปริมณฑลครับ วันนี่มียางจัดส่งถึงต่างจังหวัดแล้วด้วยนะครับ วันนี่ขอบคุณเพื่อนๆมากนะครับที่อ่าจนจบ

          หากลูกค้าไทร์บิดหายห่วงเลยครับ จอร์จ บริการช่วยเหลือผสานงานกรณีฉุกเฉินได้ตลอดเวลาทำการ หรือ สนใจสอบถามติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

ยางรถยนต์ราคาถูก, ยางราคาถูก, ราคายางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์, เปลี่ยนยางรถยนต์ราคา, ร้านขายยาง,
ร้านยางรถยนต์, ราคายาง maxxis, ราคายาง dunlop, ราคายางมิชลิน, ราคายางบริดสโตน, ยาง Hankook
ยาง Goodyear, Continental, Firestone, BFGoodrich, ยาง Apollo, Lazada, shopee, เช็คราคายางถูก, ศูนย์รวมร้านขายยาง, ร้านขายยางคนไทย, ยางออนไลน์, Toyota, Honda, Mazda, Mitsubishi, Ford, Nissan, Chevrolet, Hyundai, Isuzu, BMW, Benz, Volvo, Landrover, Audi, Porsche, Volkswagen, โปรโมชั่นยางรถยนต์, เช็คราคายางรถยนต์,
ราคายางล่าสุด, ยางรถยนต์ออนไลน์, ยางถูก

12

 สวัสดีครับ ผู้อ่านและผู้ติดตามรวมถึงคุณลูกค้าไทร์บิดทุกท่าน กระผม จอร์จไทร์บิด ผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ วันนี้พบกับช่วงรีวิวทดสอบยางรถยนต์ แต่ในครั้งนี้ Exclusive กว่าทุกๆครั้งเพราะว่าทางเราจะมารีวิวเปรียบเทียบ ประเภทยาง All-Terrain หรือ Off-Road ดอกยางแบบ AT ทดสอบพร้อมกันถึง 3 รุ่นดังนี้ รุ่นแรก Maxxis AT980 ชาวเน็ตพูดกันว่า น้องๆ BF Goodrich KO2 ในราคาถูกกว่ามาก รุ่นสอง Hankook Dynapro AT-M ฉายาขึ้นเขาลงห้วยดุดันทุกเส้นทาง รุ่นสาม Dunlop Grandtrek AT22 ยางอเนกประสงค์ไฮเวย์หรือทุรกันดาร บอกเลยว่าทั้ง 3 ค่ายผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำบอกเลยว่า ที่แรกที่เดียว มาทดสอบกันเลยครับ

การยึดเกาะถนน จากการทดสอบถนนแห้งตั้งแต่ในเมือง วิ่งทดสอบออกต่างจังหวัด ทาง Grandtrek AT22 ถือว่าตอบโจทย์ถนนเรียบมากที่สุด ในเรื่องการยึดเกาะครับ รองลงมา Dynapro AT-M ให้ความสมดุลรองลงมาทั้งถนนเรียบและขรุขระ แต่ส่วน Maxxis AT980 เน้นความคล่องตัวสูงที่สุด เมื่อเทียบกับ อีก 2 รุ่นที่ผ่านมา เรียกได้ว่ามีจุดเด่นแตกต่างกันชัดเจน ส่วนถนนเปียกด้วยเส้นทางเข้าไปในพื้นที่ป่าเขา โอกาสดีได้ทดสอบแอ่งน้ำในบนพื้นที่ขรุขระ เพื่อวัดผลพบว่า Dynapro AT-M โดดเด่นที่สุดในด้านความมั่นคงกับผู้ขับขี่ครับ ส่วนทาง Grandtrek AT22 ซับแรงกระแทกสมบุกสมบันได้ค่อนข้างดี และทาง Maxxis AT980 ทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรครับ แต่การทรงตัวถือว่าพอถูๆไถไปได้ หากไม่ลุยจริงๆจังๆถือว่าเป็นตัวเลือกน่าสนใจใช้ได้เลยครับ

ระยะเบรก หลังจากผ่านจุดทดสอบในพื้นที่ป่าเขา กลับมาวิ่งบนเส้นทางถนนฝุ่นลูกรังกันครับ จากการทดสอบ AT980 ถือว่าโดดเด่นเมื่อใช้ความเร็วสูงครับ ลดการสั่นสะเทือนได้ดี หากเทียบกับ Dynapro AT-M เรียกได้ว่าไม่ด้อยไปกว่ากันเท่าไหร่ครับ ส่วนทาง Grandtrek AT22 ซับแรงได้ไม่น้อยหน้าเลย ขอสรุปได้ว่าสูสีกันมากครับในทางทุรกันดานแบบนี้เรียกได้ว่าสายลุยไม่มีผิดหวังทั้ง 3 รุ่น ครับ ขาดแค่เทคโนโลยีตัวชี้วัดเท่านั้น

ความนุ่มเงียบ ต้องยกให้ Grandtrek AT22 ครับ รองลงมา Dynapro AT-M และ AT980 ตามลำดับครับ ยางออกแบบมาให้เหมาะทั้งไฮเวย์และทุรกันดาร ไม่เน้นเส้นทางสมบุกสมบันมากนัก ให้เสียงรบกวนน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับ 2 รุ่นที่เหลือ แต่ต้องบอกว่าช่วยลดเสียงเข้าห้องโดยสารเท่านั้น ไม่ใช่คาดหวังจะเงียบกริบเหมือนยางรถยนต์ SUV หรือ ในยางติดรถรุ่น Top นะครับ อาจจะผิดหวังได้ (แจ้งไว้ก่อนมือใหม่กำลังตัดสินใจครับ)

ความคุ้มค่า Grandtrek AT22 กับ AT980 ถือว่าราคาพอๆกันเลยครับ ต่างกันแค่เล็กน้อยในบางไซส์เท่านั้น แต่ทาง Dynapro AT-M จะราคาโดดมากสูงกว่าเพื่อนสัก 200 – 300 ในแต่ละไซส์ครับ ส่วนนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเพื่อนผู้อ่านแล้วครับ ว่าชอบการออกแบบลายดอกยางหรือยี่ห้อใด ความชอบส่วนบุคคลจริงๆ

สรุปภาพรวม Dunlop Grandtrek AT22 เหมาะที่สุดสำหรับผู้เน้นการขับขี่ในเมืองด้วย ออกต่างจังหวัดด้วยครับ ยังไงได้ฟิลลิ่งความนุ่มนวล นุ่มเงียบที่สุดเมื่อเทียบกับอีก 2 รุ่น แต่หากเพื่อนสายลุยขึ้นเขาลงห้วย สมบุกสมบัน และ วิ่งผ่านถนนหินกรวดดินทราบบ่อยๆ จอร์จ ขอแนะนำ Hankook Dynapro AT-M เลยครับไม่ผิดหวัง
ส่วนราคาสูงกว่านี่ห้ออื่นเนื่องมาจากการออกแบบพิเศษทนทาน และ ป้องกันพื้นกรวดนั่นเองครับ และ สุดท้าย Maxxis AT980 บอกเลยว่าเหมาะผู้รักมองหายางติดรถราคาถูก และ ออกแบบเหมือนก๊อปเกรด A จากแบรนด์ ยางตัว TOP อย่าง BF Goodrich KO2 ครับ เพื่อนๆหลายคนบอกว่าเหมือนอย่างกับแกะเน้นใส่หล่อ ไม่บุกตะลุย ให้ความคล่องตัว เน้นขับขี่รวดเร็วถนนเรียบหรือตะลุยฝุ่นบ้าง ได้ไม่มีผิดหวังครับ ก่อนจะจากกันขอฝากไว้

          หากลูกค้าไทร์บิดหายห่วงเลยครับ จอร์จ บริการช่วยเหลือผสานงานกรณีฉุกเฉินได้ตลอดเวลาทำการ หรือ สนใจสอบถามติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

13

สวัสดีครับ เพื่อนๆชาวไทร์บิดทุกท่าน จอร์จ ผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ พร้อมมารีวิวทดสอบยางให้ข้อมูลดีๆในการตัดสินใจซื้อหรือเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่กันต่อเนื่องครับ ในวันนี้ต้องบอกเลยว่า ยางเหมาะกับทุกฤดูและยางสมรรถนะสูง เหมาะสำหรับรถ รถออฟโรด, รถกระบะ, รถ4x4 เกริ่นมาขนาดนี้เพื่อนๆไม่เห็นภาพหน้าปกมาก่อนคงจะคิดว่ายางพรีเมียมแน่นอนๆ แต่ไม่ใช่เลยครับ กลับยางระดับกลาง ยี่ห้อฮันกุก คือ Hankook Dynapro AT-M (RF10) บอกเลยว่าหนึ่งในยางสัญชาติเกาหลีคุณภาพโดดเด่น และ ราคาน่าคบหาสุดๆ ยางไซส์ทดสอบ 265/65R17 สำหรับคุณภาพการใช้งานจริง จะโดนใจเพื่อนๆกันมากแค่ไหน มาติดตามอ่านบททดสอบกันได้เลยครับ

การยึดเกาะถนน โครงสร้างยางแบบพิเศษสะบัดหินร่องกลางและไหล่ยาง มักจะเห็นในสูตรยางพรีเมียม แต่เพื่อนๆสามารถหาได้ใน Hankook รุ่นนี้ เริ่มต้นกันที่ถนนแห้ง ด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนถนนเรียบถือว่าทำได้ดีเลยครับ จังหวะบุกตะลุยทางลูกรังกรวดทรายไม่รู้สึกถึงเสียการทรงตัวแต่อย่างใด

จุดเด่นเพื่อนๆสายลุยชื่นชอบแน่ๆ คือ การจดสิทธิบัตร ร่องเปลือกหอย ที่อยู่ระหว่างบล็อคหน้ายางจะเพิ่ม " รอยกัด " ให้แก่ขอบยางเพื่อเพิ่มสมรรถนะแรงลากในการวิ่งนอกเส้นทาง และ เสริมร่ององศาด้านข้างทำให้ส่วนถนนเปียกรีดน้ำได้ดีในระดับนึงเลยครับ เข้าใจง่ายเหมือนทำความสะอาดตัวยางเอง บอกเลยว่าน่าสนใจสุดๆ
แต่จากที่ทดสอบไม่ได้รู้สึกความหนึบนิ่งมากนัก ถ้าแอ่งน้ำตื้นๆหายห่วง จอร์จให้ไว้ที่ 3 ดาว ครับ

ความนุ่มเงียบ ในจุดนี้ถือว่าทั่วไปเลยครับ ยี่ห้อฮันกุกถือว่าโอเครแต่ไม่ได้โดดเด่นเหมือนที่คาดหวังไว้ เสียงรบกวนต่ำ แต่ยังคงมีเข้ามาต่อเรื่อยๆครับ จอร์จ มองว่าสำคัญเพื่อนๆให้ความสนใจ จอร์จให้ไว้ที่ 2 ดาวครับ

ความคุ้มค่า ราคาทางเลือกสำหรับเพื่อนๆอยากได้ยางพรีเมียม แต่งบไม่ถึงแต่มองหายางระดับกลาง เกือบพรีเมียมในจุดนี้ถือว่าน่าสนใจ หากเพิ่มเงินอีกหน่อยทางเลือกหลากหลายกว่าครับ จอร์จให้ไว้ที่ 3 ดาวครับ

สรุปภาพรวม บริการตั้งแต่ขอบ 15 – 20 หากเพื่อนๆเน้นความตะลุยในเส้นทางทุรกันดาร มากกว่าจะวิ่งบนเส้นทางเรียบในเมือง และ ชื่นชอบยางป้องกันหินกรวด ดินทรายได้ดี ในราคาสมเหตุสมผล แนะนำเลยครับ Hankook Dynapro AT-M (RF10) ยางขึ้นเขาลงห้วย แบบดุดันใช้งานดีไม่ผิดหวัง จอร์จ ให้ไว้เลยที่ 3 ดาวครับ

          หากลูกค้าไทร์บิดหายห่วงเลยครับ จอร์จ บริการช่วยเหลือผสานงานกรณีฉุกเฉินได้ตลอดเวลาทำการ หรือ สนใจสอบถามติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 090-986-8762 (คุณเตี้ยม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ หรือ จัดหายางยี่ห้อใดรุ่นใดไซส์ใดเป็นพิเศษสนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ จอร์จและทีมงานยินดีให้บริการ ขอบคุณครับ

14

สวัสดีครับ ผู้อ่านและผู้ติดตามชาวไทร์บิดทุกท่านครับ เป็นกำลังใจให้จอร์จและทีมงานง่ายๆ แชร์เป็นกำลังใจ หรือ บอกต่อคนใกล้ตัวมาอ่านด้วยนะครับ พบกับ จอร์จ ผู้เชี่ยวชาญยางรถยนต์ อีกครั้ง เกริ่นสักเล็กน้อยก่อนหน้านี้ จอร์จ ได้รีวิวเกือบจะครบทุกประเภทรถยนต์ ถ้าเพื่อนๆติดตามจอร์จมาอย่างต่อเนื่องคงจะทราบกันได้ทันทีในวันนี้ คือ ประเภทรถยนต์ 4x4 หรือ Off-Road นั่นเอง ยังไม่ได้รีวิวกันไป

     ที่มาของรีวิวยางแห่งความสมบุกสมบัน Dunlop Grandtreak AT3 ถูกพัฒนามาจาก AT2 จัดอยู่ในยางระดับกลาง และ เหมาะสำหรับ 4x4 เอนกประสงค์พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ครับ โดยมาใน Concept ออกแบบ DIGI TYRE4X4 โดยเทคโนโลยี DRS II ที่ใช้งานทั้งบน ไฮเวย์และทางทุรกันดาร เรามาเริ่มกันเลย

การยึดเกาะถนน ยางยอดนิยมหลากหลายรุ่นจากทาง Dunlop มักจะออกแบบให้รองรับสภาพถนนไฮเวย์เป็นหลัก แต่ในครั้งนี้ยางแบบ 4x4 จอร์จ ขอพาไปทดสอบกันในพื้นที่ต่างจังหวัด ออกแนวทุรกันดาร เพื่อให้เหมาะสมกับยาง AT3 ครับ บนถนนแห้งทางลูกรังปนฝุ่น ด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การซับแรงกระแทกได้ดีเลยครับ เรื่องการเกาะถนน และ ทรงตัวไม่มีผิดหวัง เนื่องจากจอร์จไม่ได้เข้าในเส้นทางป่าเขาเหมือน Off-Road อย่างเต็มสูบ ได้โอกาสทดสอบเพียงถนนเปียก วิ่งลุยบนแอ่งน้ำ บอกเลยว่ามีใจหล่นไปตาตุ่มสักชั่วขณะกัน ตรงกับจังหวะกระแทกลงเกิดอาการส่ายที่ชัดเจน ต้องประครองสติอย่างมาก จอร์จให้ 3 ดาว

ระยะเบรก จากเส้นทางถนนลูกรัง เข้าสู่ถนนหลวงบนไฮเวย์กันบ้างครับ ด้วยความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แน่นอนว่าสภาพถนนผู้คนใช้ความเร็วสูง จอร์จ พยายามหาจังหวะทดสอบ การเบรก โดยมั่นใจไม่มีรถตามท้าย หรือ สัญจรมาประกอบข้าง (ความเชี่ยวชาญเฉพาะตัว ไม่แนะนำให้ทำตาม) บอกเลยว่า ระยะเบรกใช้ได้ ไม่ได้สั้นมากนักครับ แต่หากพูดถึงการส่ายแทบไม่มี โอเครแบบนี้ จอร์จ จัดให้ที่ 4 ดาว ครับ

ความนุ่มเงียบ จากถนนไฮเวย์มุ่งสู่อีกสนามทดสอบทางลาดชัน เป็นหลุมบ่อ กันอีกครั้ง ด้วยยางออฟโรดออกแบบมาเพื่อความสมบุกสมบันทุนเดิม จอร์จ รู้สึกได้ว่าการทรงตัว และ ความนุ่มนวล ทำได้โอเครครับ แต่ไม่ถึงกับดีมากนัก ส่วนเสียงมีการแทรกเข้ามาระยะๆครับ แต่ไม่กังวลเลย รู้สึกว่าขับสนุกครับ ดังนั้นประสิทธิภาพแบรนด์เคลมมาถือว่าจริงตามแจ้งเลย จอร์จให้ที่ 4 ดาวครับ

ความคุ้มค่า สำหรับยาง Dunlop Grandtreak AT3 225/70R15 เป็นอีกรุ่นคงมองหากันซื้อมาติดรถกันพอสมควรครับ แต่ของดีมักจะหาไม่ได้ง่ายๆมากนัก แต่ถ้าได้เจอของแล้วห้ามพลาดเลยครับ หากพูดถึงราคาอาจจะถูกกว่าตัวยอดฮิตอย่าง PT3 ด้วยซ้ำไป แต่คุณภาพใกล้เคียงเลยทีเดียว ดังนั้นจอร์จขอให้ที่ 3 ดาวครับ

สรุปภาพรวม หากเพื่อนๆงบน้อย มองหายางคุณภาพระดับกลาง เหมาะกับ ออฟโรด หรือ 4x4  และ รถเอนกประสงค์ จอร์จ ขอแนะนำ Dunlop Grandtreak AT3 เลยครับ ทางเลือกน่าสนใจ การพัฒนาแก้ไขในข้อผิดพลาดสำหรับเพื่อนๆเคยใช้ AT2 ในรุ่นก่อนหน้าเป็นที่เรียบร้อย สูตรใหม่ดีกว่าเดิม จอร์จ ให้ 4 ดาวครับ

     หากสนใจสอบถามติดต่อซื้อยางง่ายดายสุดๆ ผ่านทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับ หากไม่สะดวกพิมพ์อยากคุยกันมากกว่า โทรมาเลย : 080-589-4711 (คุณคิม) คุยง่าย แนะนำดี ไม่ผิดหวัง  วันนี้ก็ขอตัวครับอาทิตย์หน้าเรากลับมาเจอกันใหม่ครับ หากต้องการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ ฟรี ! (โปรโมชัน : เมื่อเปลี่ยนยางครบ 4 เส้น) สนใจแจ้งเข้ามาได้เลยครับ ขอบคุณครับ

15

 สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี่ จอร์จ กลับมาเอาใจสายลุย off-road กันครับ มารีวิว ยาง Michelin LTX Force ครับเป็นยาง ใส่ได้ทั้งรถกระบะยกสูงและรถ SUV ครับ ยาง LTX Force เป็นยางประเภท All terrain สามารถใช้งานวิ่งได้ทั้งบนถนนหลวงทั่วไป และ นอกเส้นทางถนนหลวงพวกทางลูกรัง ไร่ พื้นดินครับ รีวิวนี่มาจากการใช้งานจริงไม่ได้อิงสรรพคุณของผู้ผลิตใดๆทั้งสิ้นครับ โดยจะแบ่งเป็นสองการรีวิวคือ การรีวิวบนถนนหลวง กับนอกถนนครับ ยางไซส์ 265/60R18 ทดสอบในครั้งนี้ครับ

              เรื่องการยึดเกาะถนนบนถนนหลวง ถือว่าทำได้ประทับใจในระดับดีทีเดียวครับ ด้วยประเภทยางที่เป็นไซส์ใหญ่ด้วยทำให้มีการทรงตัวบนถนนที่ค่อนข้างดีรถนิ่งไม่มีการส่ายแม้ความเร็วสูงๆครับ เวลาเบรคนิ่งครับไม่มีการส่ายอาจจะไม่หนึบเหมือนพวกยางรถเก๋งครับ
ส่วนทางโค้งอาจจะเป็นประเด็นเล็กน้อยครับเพราะเข้าโค้งได้ไม่หนึบมากมีการเข้าโค้งที่กว้างกว่าและบวกกับรถสูงทำให้มีการโยนตัวที่เยอะครับเวลาเข้าโค้งจึงต้องลดความเร็วลงมาอยู่ครับ ต่อมาส่วนทางนอกทางหลวงการยึดเกาะถนนทำได้ดีเลยครับรถไม่ลื่นไถล พร้อมยังมีแรงตะกรุยที่ค่อนข้างดีเจอแอ่งน้ำที่พื้นเป็นดินโคลนก็ออกตัวได้ไม่มีปัญหาครับระยะเบรก แต่ถือว่าไม่ผิดหวังเพราะระยะเบรคปกติเอาอยู่ดั่งใจคิดครับการหยุดเบรคอาจจะลื่นเล็กน้อยจากพื้นที่เป็นน้ำแต่ถือว่าเอาอยู่มากกว่ายี่ห้อเกรดกลางหรือล่างครับ ประทับใจครับจัดเลย 4 ดาวครับ

              เรื่องความนุ่มเงียบเป็นส่วนหนึ่งที่แปลกใจครับ ปกติยาง All terrain จะมีเสียงหอนที่ดังกว่ายางทั่วๆไปเพราะเนื่องจากลักษณะเป็นดอกก้อนเพื่อใช้ในการตะกรุย แต่แปลกครับ Michelin LTX Force รุ่นนี่ เสียงหอนเข้ามาตัวรถค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับ all terrain ทั่วไปครับเป็นส่วนหนึ่งที่ประทับใจมาก ส่วนความนุ่มอันนี่ผมถือว่าปกติไม่ได้ดีมากแต่ไม่กระด้างเหมือนยางราคาถูกๆแน่นอน ให้เลยครับความนุ่มเงียบ 4 ดาวครับ

              ความคุ้มค่า เรื่องนี่ ถือว่าดีทีเดียวครับสำหรับยาง Michelin LTX Force ยางราคาสูงมาก แต่ คุณภาพดีกว่าราคาที่สูงครับ ถ้าใครมีงบประมาณและชอบแนวสายลุย ผมเชื่อว่าซื้อยางรุ่นนี่แล้วไม่ผิดหวังแน่ครับมีหวังติดใจใช้ต่อเพราะ จอร์จ เองก็ติดใจครับ ยกนิ้วโป้งให้ครับเอาไป 4 ดาวครับ

              สรุปภาพรวม จอร์จ ให้ไว้เลยที่ 4 ดาวครับ ก็ถือว่าได้ทดลองยาง Michelin LTX Force ถือเป็นยางที่ใช้สำหรับสายลุยจริงๆครับตัว จอร์จ เองก็ไม่ใช่สายลุยแต่ได้ลองมาขับแบบนี่รู้สึกสนุกและมันส์มากครับ เพื่อนสนใจเช็คราคาสามารถเช็คได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ของเราครับ www.tiresbid.com ครับก็หากเพื่อนๆต้องการให้รีวิวยางตัวไหน หรือสอบถามเรื่องการใช้ยาสามารถแจ้งมาทาง Line@ : @tiresbid ได้เลยครับไม่ต้องเกรงใจ จอร์จ รอตอบเพื่อนๆอยู่ครับ วันนี่ขอบคุณมากครับที่อ่านมากจนจบ หวังว่าจะชอบครับ ขอบคุณมากครับ

หน้า: [1] 2