ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า | วิธีตั้งกระทู้ใหม่
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/RangerClubThailand/

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Ranger Club Thailand

หน้า: [1] 2
2
ฟอร์ดประเทศไทย ปล่อยทีเซอร์ "ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์" พร้อมกับแย้มว่าจะเตรียมเข้ามาทำตลาดในไทย ต้นปี 2018 นี้ครับ

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=JunaJw2D3Uk" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=JunaJw2D3Uk</a>

3
เรนเจอร์คลับไทยแลนด์ และฟอร์ด ประเทศไทย ขอเชิญสมาชิกทุกท่านร่วมสนุกกับกิจกรรมคัดเลือกผู้โชคดี เพื่อเดินทางร่วมทริป “Ford Ranger ฟอร์ดอาสา...พาไปแกร่ง” กับฟอร์ด ประเทศไทย เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบออฟโรด โดยใช้การขับขี่แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 26-27 สิงหาคม 2560 เส้นทาง กรุงเทพ-กาญจนบุรี

►► กติกาง่ายๆ ◄◄
→→→→→←←←←←
เพียงส่งรูปคุณคู่กับฟอร์ด เรนเจอร์คันเก่งของคุณ ที่แสดงถึงความแกร่งเต็มพิกัด พร้อมบอกเล่าความประทับใจกับประสบการณ์ 4x4 ที่ลุยสุดๆ กับเรนเจอร์คันนี้ พร้อมแฮชแท็ก #เกิดมาแกร่ง #RangerLife ที่ใต้คอมเมนต์ในเฟสบุ๊คนี้ >> https://www.facebook.com/groups/RangerClubThailand/permalink/2008824712682238/


ผู้โชคดีจำนวน 10 ท่าน จะได้ไปร่วมทริป “Ford Ranger ฟอร์ดอาสา...พาไปแกร่ง” ด้วยกัน โดยทางทีมงาน เรนเจอร์คลับไทยแลนด์ และฟอร์ด ประเทศไทยจะร่วมกันคัดเลือกผู้โชคดี โดยเกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาจาก ความประทับใจต่อการบอกเล่าเรื่องราวความแกร่งของคุณกับรถฟอร์ด เรนเจอร์

✔️ ระยะเวลาร่วมกิจกรรม : วันนี้ ถึง 10 สิงหาคม 2560
✔️ ประกาศรายชื่อผู้โชคดี : 16 สิงหาคม 2560
✔️ ทางเฟซบุ๊ก Ford Ranger Club Thailand

【【 หมายเหตุ 】】

12
เปิดแล้ว CarClubThailand MarketStreet พื้นที่มิตติ้งและตลาดนัดของแต่งรถ-อุปกรณ์ประดับยนต์ ครบวงจร

Car Club Thailand Market Street จุดนัดพบของคนรักรถ เป็นอีกหนึ่งโครงการในเครือเว็บไซต์ของ Car Club Thailand ซึ่งเล็งเห็นถึงปัญหาของกลุ่มคลับรถยนต์ต่างๆ เวลาไปรวมตัวจัดมิตติ้งตามสถานที่ต่างๆ แล้วมักจะพบกับปัญหา โดนไล่ที่ ปิดไฟไล่ ไม่มีห้องน้ำ ไฟฟ้า ไม่สามารถใช้เสียงได้ ซึ่งเราเองก็เจอปัญหาเหล่านี้กันมาโดยตลอด จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น เพื่อให้เป็นจุดศูนย์รวมของคนรักรถ และกลุ่มคาร์คลับต่างๆในประเทศไทย ได้มาใช้สถานที่แห่งนี้ในการจัดกิจกรรมกันได้แบบครบวงจร โดยไม่มีค่าใช้จ่าย (ตามเงื่อนไขการขอใช้สถานที่) อีกทั้งยังมีโซนตลาดนัดสำหรับให้กลุ่มร้านค้าประดับยนต์ มาเปิดท้ายขายสินค้าประดับยนต์กันได้อีกด้วย


รายละเอียดโครงการ
Car Club Thailand Market Street เป็นตึกอาคารจอดรถ อยู่ตรงสถานีรถไฟฟ้า A-Link รามคำแหง ทางเข้าอยู่ข้างตึก UM Tower มีทั้งหมด 6 ชั้น รวมดาดฟ้า
โดยชั้น 1-2 จะเป็นโซนตลาดนัดเปิดท้ายขายของ ชั้น 3-4-5 เป็นโซนที่จอดรถ และสามารถใช้เป็นสถานที่รวมตัวจัดมิตติ้งกันเองได้ โดยไม่ต้องจองคิว (ภายใต้ข้อกำหนด) ส่วนพื้นที่ดาดฟ้า จะเป็นพื้นที่มิตติ้งสำเร็จรูป (ต้องจองคิว)

สถานที่ : ตึกจอดรถ A-Link รามคำแหง (ข้างตึก UM)
เปิดให้บริการ : ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-23.00น.


พื้นที่จัดมิตติ้ง
- ชั้น 3-4-5 เป็นโซนที่จอดรถและมิตติ้งทั่วไป รองรับชั้นละ 50 ช่องจอด มาจอดรถรวมตัวกันเองได้เลย ไม่ต้องจองคิว (ภายใต้ข้อกำหนด เช่นห้ามเบิ้ลเครื่อง หรือส่งเสียงดัง เนื่องจากรอบข้างเป็นชุมชน)
- ชั้นดาดฟ้า เป็นพื้นที่จัดมิตติ้งสำเร็จรูป สามารถใช้เสียง-เครื่องเสียงได้ ต้องทำการจองคิว โดยรับขั้นต่ำที่ 40 คันขึ้นไป สูงสุด 70 คัน (ฟรี ตามเงื่อนไข)

จองคิว Meeting ดาดฟ้า โทร : 081-133-5581
Line : @CarClubThailand
https://line.me/R/ti/p/%40carclubthailand


พื้นที่ตลาดนัด-ของตกแต่งรถ-ประดับยนต์
พื้นที่ขายสินค้าอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์แห่งใหม่ อยู่ในอาคารจอดรถ ชั้น 1-2 ของโครงการ Car Club Thailand Market Street ไปมาสะดวกไม่ว่าจะนั่งรถไฟฟ้าลงสถานีแอร์พอร์ตลิ้งค์ รามคำแหง ก็ถึงเลย  ทางด่วนก็ลงได้ทั้งพระราม9 และคลองตัน เรือก็มีท่าเรือคลองแสนแสบ รถไฟรางธรรมดาก็ถึงทางเข้าเลย หรือหากต้องการเปิดร้านถาวร ก็มีพื้นที่ไว้รองรับเช่นกัน

พื้นที่ ตลาดนัด โทร : 081-133-5581
Line : @CarClubThailand
https://line.me/R/ti/p/%40carclubthailand

15
ทดสอบยาง Michelin Primacy SUV อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี ของดีที่ต้องลอง

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=UoCNrDAQqUk" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=UoCNrDAQqUk</a>



     เมื่อวันที่ 10-11 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา ทางทีมงาน CAR CLUB THAILAND ได้รับเชิญจากทางมิชลินประเทศไทย ให้ไปร่วมทดสอบยางรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด Michelin Primacy SUV ร่วมกับคณะทดสอบ จากเว็บบล็อกสายยานยนต์ และเว็บคาร์คลับต่างๆ กันไกลถึง แรนโชชาญวี เขาใหญ่ ซึ่งมีทั้งการทดสอบบนเส้นทางถนนจริง กึ่งออฟโรด ทดสอบบนถนนเปียก ถนนแห้ง ซึ่งทำให้ผู้เข้าร่วมทดสอบ ได้สัมผัสถึงเทคโนโลยีและประสิทธิ์ภาพของยางกันได้อย่างเต็มที่ ส่วนการทดสอบจะมีอะไรบ้าง ลองไปติดตามอ่านกันได้เลยครับ




สถานีที่ 1 ทดสอบแบบการใช้งานจริง เส้นทาง แรนโชชาญวี - เขายายเที่ยง
     กลุ่มของเราได้ถูกเลือกให้ทดสอบการขับขี่บนถนนจริงในกิจกรรมแรลลี่ช่วงเช้า โดยหลังจากฟังบรรยายแล้วเจ้าหน้าที่แจ้งหมายเลขรถที่จะใช้ทำการทดสอบ ซึ่งขาขึ้นเราได้รับเลือกให้ขับรถ Lexus NX300h สีแดงสด พอตรวจเช็คความพร้อมต่างๆเรียบร้อยก็เริ่มออกเดินทางจากแรนโชชาญวี เข้าสู่ถนนมิตรภาพ ขับเป็นขบวนตามๆกัน



   

ในย่านความเร็วต่ำ-ปานกลาง กับถนนหลวง ที่ Michelin Primacy SUV โฆษณาไว้ว่าเป็น "ขนม" นั้นก็ขนมสมดังคำโฆษณา กล่าวคือเสียงของหน้ายางที่บดกับพื้นสะท้อนเข้ามาในตัวรถน้อยมาก แต่ยังพอรับรู้ได้ถึงเสียงกระด้างเล็กน้อย เพราะรถที่เราขับเป็นรถ Hybrid เสียงเครื่องยนต์กลไกต่างๆจึงเงียบและเบามากๆ ทำให้พอจะรับรู้เสียงต่างๆบนพื้นมากกว่ารถทั่วไป ช่วงขับผ่านรอยต่อของคอนกรีตนั้นเก็บเสียงได้เนียน ไม่มีอาการสะท้อนขึ้นมาถึงพวงมาลัยหรือเบาะที่นั่งแต่ย่างใด มีเพียงเสียง "กรึบ" ที่ผ่านเข้าหูอย่างแผ่วเบา พอหมดช่วงถนนคอนกรีต เราได้พาเจ้า NX300h เข้าสู่ถนนที่เริ่มโหดขึ้น ลักษณะถนนเป็นแบบ Trail หรือที่เรียกว่า "เคยเป็นคอนกรีตมาก่อน" นั่นเอง แต่เป็นคอนกรีตที่แตกยับและเป็นทางที่เริ่มจะลาดชันขึ้นเรื่อยๆ จนถึงถนนแบบ "ออฟโรด" ที่เป็นดินผสมลูกรังล้วนๆ การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี EvenPeak , Fleximax 2.0 , StabiliGrip ของมิชลินนั้นช่วยให้หน้ายางสัมผัสผิวถนนตลอดเวลาและยังคงรักษารูปทรง ของดอกยางไว้ตลอดทำให้การขับขี่นั้นยังคงผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งเรื่องของการควบคุมพวงมาลัย เลี้ยวเท่าไหร่ไปเท่านั้น การลดความเร็ว หรือแม้แต่การเบรกแบบจอดสนิทนั้นแม่นยำ ไม่ต่างจากพื้นเรียบปกติ ไม่มีอาการ  slip หรือ ลื่นไถลให้เห็น



   

ขากลับเราได้ทำการสับเปลี่ยนรถมาเป็น all new Fortuner 2015 อาการของของหน้ายางที่รับรู้ได้ด้วยพวงมาลัยและเบาะที่ช่วงก้นที่นั่งทับอยู่ก็คงเป็นไปในทางเดียวกันคือ เงียบ และ ควบคุมสั่งได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนถนนมิตรภาพขากลับซึ่งเป็นถนนคอนกรีตลาดยาง ที่ช่วงความเร็ว 100-120 กม./ชม  เสียงคำรามของเครื่องยนต์ดีเซลล์ 2.4 ลิตรนั้นพูดได้เลยว่ากลบเสียงยางซะมิดชิดราวกับว่าไม่มีล้อเลยทีเดียว !!





สถานีที่ 2 Wet Safety Station
     ช่วงบ่าย กลุ่มของเราได้ มาลุยกันต่อที่สนามเปียก หรือ Wet Safety Station การทดสอบทางมิชลินได้เตรียมรถเหมือนๆกันไว้ 2 คัน เป็นรถ CR-V Gen4 คันหนึ่งใส่ยาง Michelin Primacy SUV ส่วนอีกคันจะใส่ยางคู่แข่งชั้นนำ



   

   

โดยสิ่งที่จะทำการทดสอบหลักๆในสนามเปียกแห่งนี้มี 2 อย่างคือ ระยะเบรก และ ความเร็วสูงสุดก่อนจะหลุดโค้ง รถทั้ง 2 คันติดตั้งอุปกรณ์ไฮเทคล้ำสมัยสำหรับไว้บันทึกค่าต่างๆ ซึ่งวัดได้ทั้ง ระยะเบรก และ แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางในแกนนอน ความเร็วของรถ หลังฟังบรรยายจบ จนท.จะเรียกไปทดสอบรถ รอบแรกจะมี instructor ขับให้ดูก่อนหนึ่งรอบพร้อมแนะนำการขับในสถานี วิธีการทดสอบก็ไม่มีอะไรมาก จุดแรกวัดระยะเบรก โดยให้เรากดคันเร่งให้รถมีความเร็ว ประมาณ 85กม./ชม ยกคันเร่งออก รอให้ถึงจุดที่มีน้ำขังซึ่งจะมีแนวลวดสลิงขึงไว้ที่พื้น 1 เส้นให้เราได้ยินเสียง "ตึก ตึก" 2 ที หลังจากตึกที่ 2 นั้นแปลว่าล้อทั้ง 4 เข้ามาอยู่ในโซนเปียกน้ำแล้ว ให้ทำการ "กระทืบ" เบรกให้สุดในจังหวะเดียวจนรถหยุดนิ่งแล้วดูตัวเลข ส่วนจุดที่ 2 นั้นให้ขับรอบวงเวียนไปบนพื้นที่เปียกน้ำ ค่อยกดคันเร่งเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆจนกว่าจะถึงจุดที่รถเกิดอาการควบคุมไม่ได้ จึงยกคันเร่งออกเครื่องมือจะแสดงค่า 2 ตัว คือ ความเร็วสูงสุดกับแรงหนีศูนย์กลางที่สูงที่สุดก่อนที่จะยกค้นเร่ง ทำการทดสอบ 2 รอบ (Michelin Primacy SUV 1 รอบ และ ยางคู่แข่ง 1 รอบ) นำค่าที่วัดได้มาเปรียบเทียบกัน ผลการทดสอบ สรุปตัวเลขการทดสอบได้ดังตาราง



การเบรกกะทันหันบนพื้นเปียก ถึงแม้ยางทั้ง 2 ตัวที่ทดสอบจะสามารถหยุดรถได้อย่างปลอดภัยทั้งคู่ แต่ยาง Michelin Primacy SUV นอกจากจะทำระยะได้สั้นกว่าประมาณ 3 เมตรแล้ว ยังไม่มีอาการสไลด์ออกข้างให้เห็น ต่างจากยางคู่แข่งซึ่งจะมีการสไลด์ออกข้างนิดๆก่อนรถจะหยุดนิ่ง ส่วนการเข้าโค้งด้วยความเร็วบนพื้นเปียก รอบแรกเราได้ทดสอบรถคันที่ใส่ยางคู่แข่งพบว่าความเร็วเพียง 30กม./ชม ปลายๆนั้น รถเริ่มมีอาการหลุดโค้ง หรือ Understeering คือหน้าดื้อเลี้ยวไม่เข้าและแถออกด้านนอกจนต้องยกคันเร่ง พอสลับมาทดสอบรถคันที่ใช้ยาง Michelin Primacy SUV นั้นกลับสามารถทำความเร็วได้ถึง 40กม./ชม กลางๆ รถถึงจะมีอาการท้ายออก หรือ Oversteering ซึ่งจุดนี้ผู้ทดสอบพอจะสรุปได้อย่างชัดเจนว่า Michelin Primacy SUV นั้นมีความปลอดภัยในการขับขี่บนถนนเปียกสูงกว่าคู่แข่งพอสมควร ระยะเบรกที่สั้นกว่า 3 เมตรนั้นเรียกได้ว่าห่างถึงเกือบช่วง 1 คันรถ และอาการที่เกิดกับการเข้าโค้งด้วยความเร็วบนถนนเปียก นอกจาก Michelin Primacy SUV จะรองรับความเร็วได้สูงกว่าแล้วในชีวิตจริงหากรถเกิดอาการมุดโค้ง หรือ Oversteering ขณะขับขี่นั้นยังสามารถควบคุมรถและแก้อาการได้ง่ายกว่าอาการแหกโค้ง หรือ Understeering


สถานีที่ 3 Dry Safety / Comfort Station
     มาถึงสนามทดสอบสุดท้ายแล้วจากชื่อสถานีแปลตรงๆ ก็คือสถานีทดสอบความปลอดภัยบนถนนแห้ง/ทดสอบความนุ่มเงียบ ซึ่งมันเกือบจะไม่แห้งและเกือบจะได้สนามเปียกเพิ่มอีกสนาม เนื่องจากฝนตั้งเค้ามามืดและมีฝนเริ่มลงที่ปลายรันเวย์และบนภูเขาไกลๆ เห็นอย่างนี้แล้ว Instructor ประจำสถานีไม่รอช้า บรีฟอย่างสั้นที่สุดเพื่อให้ทุกคนได้ทดสอบสนามแห้งที่มันยังแห้งอยู่ ในสถานีนี้แยกย่อยเป็น 2 ส่วน คือ ส่วน comfort สำหรับฟังเสียง และจับฟิลลิ่งของฟีดแบคจากพื้นถนนคอนกรีตลาดยาง และเสียงของรอยต่อถนน ไม่มีการจับค่าวัดตัวเลขใดๆ (อารมณ์ล้วนๆ) เริ่มต้นด้วยการขับเจ้า Subaru Forester ไปตามแทรค กดคันเร่งให้สุดจนได้ความเร็วที่ต้องการ Instructor จะสั่งให้ยกคันเร่ง เข้าเกียร์ N และปิดแอร์ ให้รถเงียบที่สุดเพื่อให้ผู้ทดสอบ จับเสียงและฟีดแบคต่างๆของพื้นถนนที่สะเทือนมาถึงช่วงก้นและมือเป็นระยะเวลา ประมาณ 3-4 วินาที ก่อนจะยูเทิร์นกลับมาที่อีกข้างของแทรค ทำเหมือนเดิมแต่ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือสลิงที่ขึงยึดไว้ที่พื้น 5 เส้น จำลองร่องรอยต่อคอนกรีตบนถนน แล้วกลับมาเปลี่ยนรถ ส่วนอีกฟากหนึ่ง เป็นส่วนของการทดสอบ Dry Safety เรากลับมาเจอ CR-V Gen4 อีกครั้ง



   

การทดสอบคราวนี้ยากและโหดกว่าเดิม เริ่มจากขับ slalom ที่ความเร็ว 55 กม./ชม หักหลบสิ่งกีดขวางแบบกะทันหัน และเลี้ยวเป็นวงกลมด้วยความเร็วสูง ปิดท้ายด้วยการวัดระยะเบรกบนถนนแห้ง (ใช้เครื่องจับเหมือนสนามเปียก) ทั้ง 2 สนามย่อยใช้รถ 2 คัน คันหนึ่งใช้ยาง Michelin Primacy SUV ส่วนอีกคันใช้ยางคู่แข่งเจ้าเดิม

ผลการทดสอบ
ในส่วนของสนาม comfort คงจะไม่ต้องบรรยายอะไรเยอะแล้วถึงเทคโนโลยีของทางมิชลินที่ช่วยเรื่องการเก็บเสียงของพื้นถนนว่าทำได้ดีขนาดไหน ที่จะเสริมขึ้นมาคือการใช้รถ Subaru Forester 2 คันเปรียบเทียบยาง 2 ยี่ห้อนั้นยิ่งทำให้ผู้ทดสอบเห็นชัดเจนว่าสุดท้ายแล้วเรื่องความนุ่มเงียบก็ยังไม่มีเจ้าไหนในตลาดเอาชนะมิชลินในเรื่องนี้ได้เลยจริงๆ !!
 
ถัดมาในสนาม Dry Safety ตั้งแต่ Slalom 5ครั้งติดต่อ และหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางแบบกะทันหัน จบด้วยการสาดเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ยางทั้ง 2 ยี่ห้อนั้นพาผู้ขับขี่ออกมาจากสถานะการณ์คับขันได้อย่างปลอดภัยทั้งคู่ แต่สิ่งที่แตกต่างกันชัดเจนก็คือ ความแม่นยำของพวงมาลัย Michelin Primacy SUV นั้นจิกเข้าโค้งได้คมและแม่นยำกว่า โดยไม่มีอาการเหวอ หรือหักไปแล้วต้องคอยแต่งเพิ่มแต่อย่างใด รวมไปถึงระยะเบรกที่สั้นกว่า 1เมตรเศษๆ ตามที่แสดงในตาราง


บทสรุป
     "สมราคาคุย" ใช้คำนี้คงจะไม่เกินไป สำหรับ Michelin Primacy SUV เทคโนโลยีที่ต่อยอดมาจากสุดยอดยางรถยนต์นั่งอย่าง Michelin Primacy 3ST คงไว้ซึ่งความนุ่มเงียบซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมิชลิน แต่เพิ่มเติมประสิทธิภาพให้เหมาะสมกับรถขนาดใหญ่ขึ้น เครื่องแรงขึ้นอย่างรถ SUV ได้อย่างเหมาะสมและลงตัว เพราะได้ผสมผสานเทคโนโลยี EvenPeak , FlexiMax 2.0 , StabiliGrip และ CushionGuard ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งบนถนนแห้งและเปียก ลดเสียงรบกวน และช่วยเพิ่มอายุการใช้งานดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ถึงแม้เรื่อง "อายุการใช้งาน" ผู้ทดสอบจะไม่สามารถทดสอบและสรุปให้เห็นได้ภายในการทดสอบเพียงวันเดียวก็ตาม ซึ่งในส่วนนี้อาจจะต้องคอยตามดูกันต่อไปสำหรับยางใหม่ล่าสุดจากมิชลินตัวนี้

งานนี้ Michelin จัด event ได้ประทับผู้เข้าร่วมงานทุกคน ทั้งบรรยากาศที่พัก อาหาร ไทม์ไลน์ของกิจกรรม รวมไปถึงสถานีทดสอบที่เรียกได้ว่าเค้นประสิทธิภาพของยางกันออกมาให้เห็นกันแบบสุดๆ เปรียบเทียบกับคู่แข่งแบบหมัดต่อหมัด ซึ่งยางคู่แข่งที่ทางมิชลินเตรียมมาให้ทดสอบนั้น ไม่ใช่ยางจีนหรือยางโนเนมราคาถูก แต่กลับเป็นยางระดับ "ไฮ-เอนด์" ตัวท๊อปๆจากคู่แข่งชั้นนำในตลาดอีกด้วย

สุดท้ายนี้ทางทีมงาน Car Club Thailand ต้องขอขอบคุณทางมิชลินตลอดจนผู้เกี่ยวข้องในกิจกรรมครั้งนี้ทุกๆท่าน และหากมีข้อมูลผิดพลาดประการใด ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ


Pongpat Leudechanat
ผู้ทดสอบ / ผู้เขียนบทความ

Tanavin  Ngamloedwari
Thitiphan Chuenchom
ผู้ทดสอบ


   

   

   

   

หน้า: [1] 2